บทความน่าสนใจ
รวมบทความ จาก Admin

เลือกซื้อลู่วิ่งแบบไหนให้ถูกใจ

บทความโดย : mojihead
เปิดอ่าน : 508

ไม่ใช่ทุกคนที่จะสะดวกที่จะไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ จะด้วยระยะทาง ความปลอดภัยหลายคนก็เลือกที่จะไปวิ่งบนลู่วิ่งตามฟิตเนสรายเดือน แต่พอสถานการณ์โควิด-19 ฟิตเนสก็กลายเป็นสถานที่เสี่ยงโซนแดงแบบไม่รู้ตัว ปิดเเล้วปิดอีก ก็เริ่มปรับตัวอีกด้วยการหาซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกาย ซื้อลู่วิ่งที่เหมาะสมมาไว้ใช้ที่บ้านเอง เราจะมีหลักในการเลือกซื้อลู่วิ่งให้ใช้งานได้จริงไม่ได้ซื้อมาเพื่อเป็นราวตากผ้าในอนาคต 
 



การออกกำลังการด้วยการเดินเร็ว/วิ่งบนลู่ที่บ้าน มีข้อดีหลายอย่างที่พอจะทำให้เรายอมจ่ายเงินซื้อลู่วิ่ง

  • สามารถออกกำลังกายเมื่อไหร่ก็ได้ ฝนตก แดดออก รัฐบาลประกาศเคอฟิว ไม่มีอะไรสามารถมาหยุดให้เราวิ่งได้นอกจากเราเอง 
  • โฟกัสกับการออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธืภาพ ตั้งเวลาไว้ทำได้ตามเป้าหมาย ไม่มีหลุดหยุดพัก ไม่มีใครมาชวนคุยให้เหนื่อยกว่าเดิม 
  • เพลิดเพลินไปกับความบันเทิงที่เราสามารถจัดเต็มได้แบบไม่ต้องกลัววิ่งไปชนใคร 
  • มีอาการบาดเจ็บน้อยกว่าการไปวิ่งบนพื้นถนน ด้วยความที่ลู่วิ่งนั้นมีความนุ่มที่มากกว่าพื้นถนนจริงๆ หัวเข่า กล้ามเนื้อต่างๆก็จะรับแรงกระแทกน้อยลงแต่ถ้าต้องการพัฒนาไปสู่การวิ่งขั้นสูงบางทีก็ต้องเปลี่ยนไปวิ่งบนพื้นปกติด้วย
  • ลงทุนครั้งเดียวใช้ได้หลายปี ใช้ได้ทุกคนในบ้าน ถึงลู่วิ่งดีดีซักตัวจะราคาเกือบครึ่งแสน แต่ถ้าใช้เเล้วบำรุงรักษาเครื่องก็จะยืดอายุการใช้งานได้ยาวนาน

หลักการเลือกซื้อลู่วิ่ง

  • บริการหลังการขาย ค้นหาข้อมูลว่าแต่ละยี่ห้อบริการหลังการขายเป็นยังไงมีอะไหล่พร้อมหรือต้องรอสั่งของเรื่องราคาถูกแพงอาจจะไม่ใช่ข้อสำคัญ เครื่องแพงเเล้วบริการหลังการขายแย่ก็มีเยอะ
  • ตั้งธงในใจศึกษาข้อมูลไว้ก่อนออกไปหาข้อมูลจากเซลล์ตัวเเทนจำหน่ายเพราะเซลล์แต่ละยี่ห้อจะบลัฟกันสุดตัวอย่าไปหลงคารมใครง่ายๆ
  • จำนวนคนที่จะใช้ลู่วิ่ง ยิ่งคนใช้เยอะความจะพิจารณาซื้อเครื่องที่มีกำลังมอเตอร์ขับมากกว่า 5 แรงม้า เพราะใช้งานได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องพักเครื่อง 
  • ดูกำลังมอเตอร์ ความแรงของมอเตอร์จะวัดเป็นแรงม้าHp  1เเรงม้า เหมาะสำหรับเดินช้าเดินเร็ว  2-3 แรงม้า เหมาะสำหรับคนวิ่งที่เคยวิ่งถนนมาก่อน  4-5 แรงม้า เหมาะสำหรับนักกีฬาและนักวิ่งที่ต้องการพัฒนาการวิ่ง

มอเตอร์แรงม้ายิ่งเยอะ หมายถึงลู่วิ่งสามารถรับน้ำหนักคนวิ่งได้มากขึ้น  ทำความเร็วสูงสุดได้มากขึ้น เปิดต่อเนื่องได้นานขึ้น และรองรับสายพานที่มีขนาดใหญ่ มีพื้นที่วิ่งที่มาก ลู้วิ่งที่ใช้ในบ้านควรจะมีกำลังแรงม้าระหว่าง 1.5 – 3 .0 แรงม้า และเป็นมอเตอร์ชนิด DC ซึ่งจะมีราคาถูกกว่า เครื่องวื่งที่มีมอเตอร์ชนิด AC ที่มีกำลัง 4 แรงม้าขึ้นไปมักจะใช้กันในวงการฟิตเนสต่างๆ 
(ข้อพิจารณา ลู่วิ่งเเต่ละตัวเเรงม้าอาจจะเท่ากัน แต่สเปครายละเอียดไม่เท่ากันต้องดูเป็นรายตัวไป) 

  • ขนาดสายพานขนาดใหญ่ไว้ก่อน ถ้าเลือกขนาดสายพานที่คิดว่าพอดีแล้ว ต่อไปความอึดอัดจะตามมาเเน่นอน ทั้งกลัวตัวจะร่วงสายพาน วิ่งสะดุดแป้นเหยียบด้านข้าง  จนไม่มีสมาธิในการวิ่ง สายพานของตัวเริ่มต้นจะอยู่ที่ 40 ซม. จนถึง  80 ซม. ที่ราคาเหยียบ2แสนบาท
  • ออปชั่นจุกจิก เช่น มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ระบบประเมินดัชนีมวลร่างกาย ปรับความชันได้อัตโนมัติชัน 20% มีแท่นวางTablet  ต่อ wifi Bluethoot มีลำโพงสำหรับฟังเพลง มี  hydrolic ยกเก็บ ล้อเลื่อนเคลื่อนย้ายได้สะดวก


ลู่วิ่งแบ่งได้เป็นสองแบบใหญ่ๆ 

ระดับ Home use 
ข้อดี

ราคาเบาไม่ถึงหมื่นก็หาซื้อได้ 
ขนาดเล็กพับเก็บได้ 
มีโปรแกรมสำเร็จรูปให้ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน 

ข้อพิจารณา
ใช้งานต่อเนื่องได้ 1 - 2 ชั่วโมง
มีขีดจำกัดในการรับน้ำหนักตัว เหมาะกับผู้เล่นที่มีรูปร่างไม่ใหญ่
ความเร็วสูงสุดไม่สูงมาก 
อาจจะต้องพักเครื่องทุกชั่วโมง 


 

ระดับ fitness Commercial
ข้อดี

สายพานขนาดใหญ่ใช้งานสะดวก ใช้งานต่อเนื่องได้นาน 4 - 5 ชั่วโมง 
โปรแกรมฟังชั่นการฝึกมีให้เลือกใช้มากมาย 
มีโครงสร้างขนาดใหญ่ ทนทานต่อการใช้งานที่ยาวนาน ระบบซับแรงสะเทือนก็จะอยู่ในลู่วิ่งประเภทนี้ 
ตอบโจทย์การวิ่งทุกแบบ ครอบคลุมผู้เล่นทุกประเภทตั้งแต่คนเดินช้าๆถึงนักกีฬาระดับแข่งขัน

ข้อพิจารณา
ราคาสูง
ขนาดใหญ่ กินพื้นที่เยอะ 
เหมาะสำหรับใช้งานในฟินส ยิม เเต่จะซื้อใช้ส่วนตัวก็ไม่ผิดอะไร  



มาทำความคุ้นเคยกับ Non motor treadmill คือลู่วิ่งที่สามารถออกกำลังกายได้เลยโดยที่ไม่ต้องเสียบปลั๊ก ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า ใช้แรงขาตัวเองในการขับเคลื่อนสายพานด้วยลูกล้อระบบลูกปืน ไม่มีมอเตอร์ เพิ่มความเร็วได้ด้วยตนเองขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้งาน  ฟิลลิ่งในการใช้แตกต่างกับลู่วิ่งไฟฟ้าจุดเด่นคือเผาผลาญแคลอรี่เพิ่มมากถึง 30% เมื่อเทียบกับลู่วิ่งไฟฟ้า
 


 



อยู่บนลู่วิ่งก็เล่นเกมส์ได้และสามารถปะทะฝีเท้ากับนักวิ่งระดับโลกในเกมส์  ZWIFT คือเกมจำลองการออกกำลังกายเสมือนจริง Virtual Training สำหรับการวิ่งซึ่งเรียกว่า ZWIFT Runและ การปั่นจักรยานออกกำลังกาย ซึ่งเรียกว่า ZWIFT Ride ผู้เล่นสามารถร่วมออกกำลังกายได้กับผู้คนทั่วโลก มีสถานที่ให้วิ่งหรือปั่นจักรยานให้เลือกมากมาย มีการปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นคนอื่นๆ ในเกม มีการเข้าร่วมอีเวนท์ต่างๆ มีสังคมและชุมชนต่างๆ มีการเลื่อนระดับและรางวัลต่างๆ ซึ่งทำให้การวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า ไม่เป็นเรื่องที่น่าเบื่ออีกต่อไป และการผสมผสานเอาความสนุกจาก ZWIFT เข้ากับการฝึกฝนออกกำลังกายอย่างจริงจัง ยังทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายในการออกกำลังกายได้ดีขึ้นอีกด้วย

อุปกรณ์ที่ต้องมีเพื่อใช้งาน ZWIFT กับลู่วิ่งไฟฟ้า

  • โทรศัพท์มือถือ แท็ปเล็ต คอมพิวเตอร์ หรือ Smart TV ที่สามารถลง Application ZWIFT ได้ โดยต้องรองรับ Bluetooth หรือ Ant+ และมีสเปคที่ดีพอสมควรเพราะ ZWIFT เป็นเกมซิมูเลชั่นจำลอง 3 มิติ กินทรัพยากรเครื่องพอสมควรเลย
  • ลู่วิ่งไฟฟ้า ที่รองรับ Application ZWIFT โดยจะมีเฉพาะ บางรุ่น บางยี่ห้อ เท่านั้น เช่น ลู่วิ่งไฟฟ้าบางรุ่นจากแบรนด์ MERRIRA, POWER REFORM หรือ XERBEX 

ลู่วิ่งที่รองรับ ZWIFT นั้น สามารถเชื่อมต่อกับ APP ผ่านบูลทูธได้โดยตรง ความเร็วที่เราปรับบนเครื่องจะตรงกับความเร็วที่อยู่ใน APP โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมอื่นๆหรือถ้ายังไม่มีลู่วิ่งที่รองรับ สามารถใช้  Run Pod ติดที่เท้าเพื่อเชื่อมต่อกับเกมส์ได้  
 

โหลดแอพ ZWIFT สำหรับ >>> Android <<<
โหลดแอพ ZWIFT สำหรับ >>>IOS<<<


 



บทความโดย : mojihead

Information Partner
  • Ayutthaya city park
  • Bitec
  • Central World
  • Fortune Town
  • Future Park
  • Future Park
  • JJ Mall
  • ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น
  • Paragon Hall
  • Tceb
  • Qsncc
  • Seacon Bangkae
  • Seacon Square
  • TCEB
  • TEA
  • THE BERKELEY HOTEL PRATUNAM
  • The Mall
  • The hub @zeer
  • Zeer Rangsit