บทความน่าสนใจ
รวมบทความ จาก Admin

ปัจจัยการเลือกยางรถยนต์

บทความโดย : whiteway
เปิดอ่าน : 128

ปัจจัยการเลือกยางรถยนต์

     ใกล้งาน Motor Expo 2020 (มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37) เข้ามาทุกทีแล้ว วันนี้ผมจะมาแนะนำเรื่องปัจจัยการเลือกยางรถยนต์สำหรับท่านที่ต้องการซื้อรถยนต์ใหม่และเปลี่ยนยางรถยนต์ ซึ่งจะมีการเลือกอย่างไรนั้นไปชมกันเลย

1. รู้จักกับยาง

     ยางรถยนต์ในปัจจุบันมีหลายประเภท ดอกยางหลายประเภท ขนาดของยาง ซึ่งจะสามารถดูได้ดังนี้

ประเภทของยาง

  1. ยางธรรมดา ยางธรรมดาที่มีชั้นผ้าใบไขว้สลับไปมา ทำให้มีหน้ายางมีความแข็งที่มากกว่า ส่งผลดีต่อการบังคับเลี้ยวในความเร็วต่ำ แต่เนื่องจากว่าหน้ายางที่แข็งนี่เอง ทำให้การขับขี่มีความกระด้างเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อยางมีอายุการใช้งานมากๆ
  2. ยางเรเดียล ยางเรเดียลได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยโครงสร้างแล้ว ยางเรเดียลมีผ้าใบพร้อมลวดเหล็กพันรอบแนวเส้นรอบวง ช่วยเพิ่มความเสถียรในการขับที่ความเร็วสูง นอกจากนั้นแล้ว เนื่องจากว่ายางเรเดียลจะใช้ผ้าใบที่บางกว่า ทำให้หน้ายางมีความบาง สามารถระบายความร้อนได้ดีกว่า แต่ในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงที่มากกว่าด้วย

ดอกยาง

  1. แบบสมมาตร (Non-Directional) ลักษณะดอกยางแบบนี้จะเหมือนกันทั้ง 2 ด้านทั้งซ้ายและขวา ที่จะมีความนุ่มนวลสูง ทำให้ขับขี่สบาย สามารถสลับยางเปลี่ยนกันได้ทุกด้าน ดูแลรักษาง่าย, ประหยัด และคุ้มค่า
  2. แบบไม่สมมาตร (Asymmetrical) ลักษณะดอกยางจะแตกต่างกันทั้ง 2 ด้าน ใช้ในรถที่สมรรถนะสูง เข้าโค้งได้ดี และราคาค่อนข้างสูง
  3. แบบกำหนดทิศทางการหมุน (Directional) ลักษณะเป็นลักษณะที่ใส่ตามทิศทาง รีดน้ำได้ดีมากที่สุด เหมาะกับรถยนต์ที่ใช้ความเร็วสูง และมีราคาสูง

ขนาดของยาง

     ขนาดของยางต้องเลือกให้เหมาะสมไม่แข็งหรืออ่อนเกินไป ไม่เล็กและใหญ่เกินไป เพื่อความปลอดภัยและความประหยัดในการใช้งาน

การอ่านขนาดยาง

ตัวอย่าง 190/60R15 88H

  • เลข 190 ขนาดหน้ากว้างของยาง มีหน่วยเป็น มิลลิเมตร (มม.)
  • เลข 60 ความสูงของแก้มยาง ซึ่งมีหน่วยเป็นเปอร์เซ็นซึ่งเป็นเปอร์เซ็นของความกว้างของยาง 60% ของ 190 มม.
  • ตัว R ประเภทของยางเป็นประเภทเรเดียล
  • เลข 15 ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของวงล้อที่จะใช้กับวงล้อขนาด 15 นิ้ว
  • เลข 88 ค่าดัชนีในการรับน้ำหนักของยางต่อเส้น
  • อักษร H ตัวบอกความเร็วสูงสุดที่ยางสามารถวิ่งได้โดยไม่เกิดอันตราย

2. ความถี่ในการใช้รถยนต์

     ความถี่ในการใช้รถยนต์เป็นตัวชี้วัดว่าเราควรเปลี่ยนยางใหม่ตอนไหน โดยปกติอายุของยางจะอยู่ที่ประมาณ 2 ปี ยางก็จะเริ่มไม่ค่อยยึดเกาะถนน หรือ ใช้รถไปเป็นระยะทาง 50,000 กม. ดอกยางจะสึกตามระยะทางการใช้งาน โดยยางนิ่มจะแข็งตัวช้าแต่แลกมากับดอกยางที่สึกง่ายขึ้นซึ่งกลับกันกับยางแข็งที่จะแข็งตัวง่ายแต่ดอกยางจะสึกยาก ซึ่งไม่สามารถบ่งบอกได้อย่างชัดเจนเป็นจำนวนตัวเลขแต่ควรเช็คที่สภาพยาง ซึ่งคนใช้รถน้อยควรเลือกยางที่นิ่มที่สุดเพราะจะได้ไม่แข็งก่อนยางสึก ใช้รถเยอะควรเลือกยางที่มีดอกแข็งหน่อยเพื่อยืดอายุการสึกของดอกยาง

3. ลักษณะการใช้รถยนต์

     การใช้รถยนต์ทั้งความเร็ว น้ำหนักการบรรจุ สภาพถนนที่ขับผ่าน ซึ่งยางแต่ละชนิดมีลักษณะที่แตกต่างกันไป ซึ่งจะมีความเหมาะสมที่แตกต่างไปตามการใช้งานแบบต่าง ๆ

4. ราคาและคุณภาพ

     สุดท้ายที่ขาดไปไม่ได้เลยคือราคาและคุณภาพของยางซึ่งเป็นตัวสำคัญในการที่จะเลือกยางเพื่อความคุ้มค่าในการเลือกซื้อ ซึ่งยางที่มีคุณภาพควรเลือกใช้ยี่ห้อที่มีชื่อเสียงที่เชื่อถือได้ และราคาควรสมเหตุสมผลกับชนิดยางที่ได้ซื้อ

     เป็นอย่างไรกันบ้างหวังว่าทุกคนจะตัดสินใจเลือกใช้ยางได้ถูกต้องกับการใช้งาน และเดินชมรถและอุปกรณ์รถยนต์ได้อย่างมีความรู้ในงาน Motor Expo 2020 (มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37) วันที่ 2 - 13 ธันวาคม  2563 ณ Chalennger Hall IMPACT เมืองทองธานี

บทความโดย : whiteway

Information Partner
  • Ayutthaya city park
  • Bitec
  • Central World
  • Fortune Town
  • Future Park
  • Future Park
  • JJ Mall
  • ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น
  • Paragon Hall
  • Tceb
  • Qsncc
  • Seacon Bangkae
  • Seacon Square
  • TCEB
  • TEA
  • THE BERKELEY HOTEL PRATUNAM
  • The Mall
  • The hub @zeer
  • Zeer Rangsit