บทความน่าสนใจ
รวมบทความ จาก Admin

หูฟังไร้สาย True Wireless ซื้อตัวไหนดี ? คุ้มราคา เสียงเพราะ ไม่ปวดหู

บทความโดย : Sirinda
เปิดอ่าน : 1,166

หูฟังไร้สาย True Wireless ซื้อตัวไหนดี ?

คุ้มราคา เสียงเพราะ ไม่ปวดหู

     หูฟัง True Wireless เป็นหูฟังไร้สายที่มีลักษณะคล้ายหูฟัง In-Ear และ Earbud เน้นความสะดวกสบายในการใช้งาน น้ำหนักเบา พกพาสะดวก ไม่มีสายมากวนใจเวลาทำกิจกรรม การใช้งานหูฟังแบบ True Wireless เพียงเชื่อมต่อหูฟังกับอุปกรณ์ผ่านสัญญาณบลูทูธ รองรับการเชื่อมต่อสัญญาณ Bluetooth เวอร์ชั่น 4.0 ขึ้นไป

     หูฟัง True Wireless ได้ถูกพัฒนาให้มีตัวหูฟังที่ขนาดพอดีกับหู ใส่แล้วไม่อึดอัด ไม่ปวดหู และเหมาะกับทำกิจกรรมออกกำลังหรือกิจกรรมที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ให้หลุดง่าย และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานกว่าเดิม คุณภาพเสียงดีเทียบหูฟังแบบมีสายหรือหูฟังประเภทอื่น และการเชื่อมต่อที่เสถียรขึ้น ทำให้หูฟังแบบ True Wireless ที่มีจำหน่ายหลากหลายแบรนด์จนเลือกกันไม่ถูกเลย ว่าแบบไหนจะเหมาะกับตัวเอง ทาง ThailandExhibition.com มาแชร์ “หูฟัง True Wireless ซื้อตัวไหนดี ? คุ้มราคา เสียงเพราะ ไม่ปวดหู” มาเป็นตัวเลือกให้ทุกคนก่อนตัดสินใจซื้อ

     1. JBL Tune 120 TWS

     พลังเสียงมีคุณภาพ ใส่สบาย การออกแบบที่มีสีสันลงตัว JBL Tune 120 TWS ใช้ไดร์เวอร์หูฟังขนาด 5.8 มิลลิเมตร พร้อมเสียง JBL Pure Bass ให้เสียงเพลงที่ทรงพลังสำหรับทุกเพลย์ลิสต์ ตัวนี้โดดเด่นเรื่องเสียงเบส ใช้การเชื่อมต่อแบบไร้สาย True Wireless ผ่าน Bluetooth เวอร์ชั่น 4.2 ให้ความเสถียรในการเชื่อมต่อที่ดี ระยะใช้งานสูงสุดถึง 10 เมตร มาพร้อมเคสชาร์จแบบพกพา ใช้งานได้ต่อเนื่อง 4 ชม. แบต 85 mAh เคสชาร์จได้อีก 3 ครั้ง รวมใช้งานได้ 16 ชั่วโมง ใช้เวลาชาร์จผ่านเคสเพียง 2 ชั่วโมงแบตเตอรี่ก็เต็ม มาพร้อมดีไซน์สวย มีให้เลือก 4 สี  ได้แก่ สีดำ สีขาว สีเหลือง และสีชมพู ถึงขนาดได้รับรางวัล reddot award 2019 ใช้งานสะดวกด้วยปุ่มด้านซ้ายเป็นตัวคอนโทรลเพลงข้ามเพลงและย้อนกลับ ด้านขวาสำหรับเรียกใช้ Google Assistant / Siri หรือกดเล่น/หยุดเพลง ราคา 3,990 บาท

     2. Sony WF-1000XM3

     เสียงระดับคุณภาพ และฟังก์ชันสุดล้ำไม่เหมือนใคร เป็นหูฟัง True Wireless แบบ in ear เชื่อมผ่าน Bluetooth เวอร์ชั่น 5.0 ที่สามารถตัดเสียงรบกวนได้หลากหลายรูปแบบ ด้านเสียงมีเทคโนโลยีเฉพาะของ Sony อย่าง DSEE HX ที่ช่วยคืนค่าของไฟล์เสียงที่ถูกบีบอัดให้ได้เสียงที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด ทำงานร่วมกับ App Sony Headphone Connect ที่โหลดได้ทั้ง IOS และ Android ฟังเพลงหรือคุยโทรศัพท์ได้อย่างสะดวกสบาย และยังมี Sensor การตรวจจับการสวมใส่ แบตยาวนานถึง 6 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ 1 ครั้งและชาร์จซ้ำผ่านเคสได้อีก 3 รอบ รวมใช้งานได้ 24 ชั่วโมง ถ้าปิดระบบ Noise Cancelling คุณจะใช้งานได้นานขึ้นถึง 8 ชั่วโมง รวมชาร์จผ่านเคสอีก 3 รอบ รวมการใช้งานถึง 32 ชั่วโมง ใช้งานง่ายเพียงระบบสัมผัส แตะด้านซ้าย 1 ครั้งเปลี่ยนจาก Noise Cancelling Mode เป็น Ambient Mode แตะด้านซ้าย 2 ครั้งเพื่อเปลี่ยนพลงถัดไป และสามารถรับสายเรียกเข้าด้วยการแตะหูฟังข้างใดข้างหนึ่ง ด้านดีไซน์ ตัวบอดี้ทำจากพลาสติกแบบด้าน มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ สีทอง ราคา 8,990 บาท

     3. Apple AirPods Pro

     หูฟังไร้สาย True Wireless แบบ In-Ear ตระกูล Apple ที่ใช้ได้ทั้งระบบ IOS / Android / Windows ถูกพัฒนาจากจุดเด่นของ AirPods ขนาด 30.9 มิลลลิเมตร มีเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟ รองรับการใช้งานใน 3 โหมด คือ ปิดเสียงรบกวนภายนอก (Noise Cancellation), โหมดฟังเสียงภายนอก (Transparency Mode) และโหมดปกติ (Off ใช้งานเป็นหูฟังอินเอียร์ธรรมดา) แบตใช้งานได้นานสุด 4.5 ชั่วโมง/การชาร์จหนึ่งครั้ง และชาร์จผ่านเคสใช้งานนานกว่า 24 ชม. ก้านติดตั้ง Touch Sensor ควบคุม  AirPods Pro ด้วยการบีบบริเวณก้าน เพื่อเปิด/ปิดระบบตัดเสียงรบกวน ควบคุมเล่นเพลง/หยุดเพลง และข้ามเพลง ดีไซน์มาพร้อมจุกซิลิโคนที่อ่อนนุ่มและยืดหยุ่นมีให้เลือก 3 ขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ ยังมีช่องระบายอากาศที่ช่วยปรับแรงดันให้เท่ากัน ใส่นาน ๆ ก็ไม่ปวดหู กันน้ำและกันเหงื่อสามารถใส่ออกกำลังกายได้สะดวก ราคาเปิดตัว 9,490 บาท

     4. Beats Powerbeats Pro

     หูฟัง True Wireless แบบ In-ear อีกแบรนด์ชื่อดัง รุ่นยอดฮิตสำหรับคนชอบออกกำลังกาย กันน้ำ กันเหงื่อได้สบาย ใช้งานเสถียร รวดเร็ว ด้วยชิพ Apple H1 รองรับการทำงานกับอุปกรณ์ Apple อย่างเต็มรูป เชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 เสียงเบสสุดยอดตามสไตล์ Beats แบตเตอรี่อึดอยู่ได้นาน 9 ชั่วโมง/การชาร์จหนึ่งครั้ง รวมชาร์จผ่านเคสได้ถึง 24 ชั่วโมง ควบคุมง่ายด้วยปุ่มแต่ละข้าง สามารถกดปรับระดับเสียงหรือเปลี่ยนเพลง และเซ็นเซอร์อัจฉริยะตรวจจับการสวมใส่เปิด-ปิดอัตโนมัติเมื่อสวมใส่ สามารถใช้งานคำสั่งเสียงเรียกใช้งาน Siri ดีไซน์ได้ปรับปรุงส่วนของขาคล้องให้สามารถปรับได้ เกี่ยวหูให้กระชับ มี 4 สี ได้แก่ สีดำ สีน้ำเงิน สีเขียวเข้ม และสีเนื้อ ราคา 8,900 บาท

     5. Samsung Galaxy Buds+

     หูฟัง True Wireless แบบ In-Ear ขนาดกระทัดรัด ราคาน่าคบหา มาพร้อมกับ 2-way speaker ความพิเศษของระบบเสียง 2 ทิศทาง คือ การแยกโทนเสียงสูงและเสียงต่ำออกจากัน และมีไมค์ภายนอก 1 ตัวและไมค์ภายใน 2 ตัว มาช่วยเรื่องการตัดเสียงรบกวนระหว่างสนทนา และคุณภาพเสียงจาก AKG คุณภาพระดับสตูดิโอ มีความโดดเด่นในเรื่องเนื้อเสียงที่เข้มข้นดึงเอาคาแรคเตอร์ของเครื่องดนตรีออกมาได้อย่างเด่นชัด ทำงานร่วมกับแอพ Galaxy Wearable ใช้ได้ทั้งระบบ iOS และ Android แอพแสดงปริมาณแบตเตอรี่ตัวหูฟัง ตัวเคส ปรับระดับเสียงรบกวน ปริมาณแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานถึง 6 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีฟ้า สีดำ และสีขาว ราคา 4,990 บาท

    6. Padmate Pamu X12

     หูฟัง True Wireless รุ่นเล็กจากแบรนด์ Padmate แบรนด์หูฟังที่ขึ้นชื่อด้านความคุ้มค่า เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ฟังเพลงหรือออกกำลังทั่วไป คุณภาพเสียงคุ้มค่า เด่นเรื่องเสียงเบสฟังสบายหู มาพร้อม Bluetooth เวอร์ชั่น 5.0 ช่วยให้การเชื่อมต่อเสถียรกว่าเดิม สามารถกันน้ำ กันเหงื่อได้ระดับ IPX4 ใช้งานได้ยาวนานสุด 12 ชั่วโมง ครั้งละ 3 ชั่วโมง ชาร์จที่เคสได้อีก 3 ครั้ง มีปุ่มกด 2 ข้าง ใช้ควบคุมการเปิด/ปิดเพลง ด้านดีไซน์ Padmate Pamu X12 ได้รางวัล Design Award สไตล์มินิมอลมี 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีโรสโกลด์ ราคาเปิดตัว 1,490 บาท

    7. Eaudio P10 Pro

     หูฟัง True Wireless แบรนด์ Eaudio แบรนด์จากฝีมือคนไทยที่มีเสียงแจ้งสถานะเป็นภาษาไทย หูฟังแบบ In-Ear ดีไซน์การออกแบบสุดเท่ในราคาย่อมเยาว์แต่คุณภาพไม่แพ้ใคร มาพร้อมกับไดรเวอร์ขนาด 6 มม. และเสียงระดับ Hi-Fi เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.0 เชื่อมต่อกับโทรศัพท์ง่าย ควบคุมด้วยระบบสัมผัสทั้ง 2 ข้าง ใช้เปิด-ปิดเพลง รับสาย-วางสาย ลดเสียงและเพิ่มเสียงได้เพียงทัชเบา ๆ แบตเตอรี่ 3,500 mAh กันน้ำระดับ IPX7 สามารถใส่อาบน้ำได้ ตัวเคสสำหรับชาร์จมีจอแสดงผลแบตเตอรี่และสถานะการชาร์จช่วยสะดวกสบายขึ้นมาก แถมเคสชาร์จยังเป็น Power Bank ได้อีกด้วย ราคา 990 บาท

    8. Xiaomi Redmi Airdots

     หูฟัง True Wireless ขนาดเล็ก น้ำหนักเบาพกพาสะดวก คุณภาพเสียงดังฟังชัด ค่อนข้างเสถียรรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.0 และรองรับเทคโนโลยี DSP ช่วยลดเสียงรบกวนได้ในระดับหนึ่ง สามารถแยกใช้งานคนละข้างได้ มีไมโครโฟนทั้ง 2 ข้าง ช่วยรับสายโทรศัพท์หรือใช้ระบบการสั่งงานด้วยเสียง แบตเตอรี่ 300 mAh สามารถใช้งานต่อเนื่อง 3 - 6 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แต่ตัว Xiaomi Redmi Airdots ไม่กันน้ำ กันเหงื่อ ราคา 599 บาท

    9. Sennheiser Momentum True Wireless

     Sennheiser แบรนด์ผลิตสินค้าเกี่ยวกับเสียงมาอย่างยาวนาน Momentum True Wireless ควบคุมด้วยแอปพลิเคชั่น Sennheiser Smart Control ที่ใช้ได้ทั้งระบบ IOS และ Android ที่รองรับ Bluetooth 5.0 สัญญาณเสถียร ไม่มีอาการดีเลย์หรือกระตุก กันน้ำระดับ IPX4 กันละอองน้ำ กันเหงื่อได้ ควบคุมด้วยระบบเสียงและสัมผัสเป็นหลัก ในการรับสายโทรศัพท์ เปลี่ยนเพลง เพิ่ม/ลดเสียง หูฟังใช้งานยาวนานถึง 4 ชั่วโมง และตัวเคสชาร์จสามารถชาร์ได้อีก 8 ชั่วโมง รวมการใช้งานสูงสุด 12 ชั่วโมง ด้านเสียง ตัดเสียงรบกวนได้ดีด้วยระบบ Transparent Hearing เสียงชัดเจน คมชัด เหมาะกับการดูหนังฟังเพลงที่เน้นเรื่องคุณภาพเสียง ราคาเปิดตัว 12,390 บาท


     เป็นยังไงกันบ้างกับ 9 หูฟัง True Wireless ที่เราแนะนำ มีตัวไหนถูกใจหรือเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณไหมคะ ? จดชื่อรุ่นไว้แล้วไปช้อปกันที่งาน Thailand Mobile Expo & Computer Expo มหกรรมมือถือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่รวบรวมสมาร์ทโฟน สินค้า IT และหูฟัง True Wireless จากแบรนด์ดังมาพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ แล้วพบกัน วันที่ 2 - 5 กรกฎาคม 2563 ณ EH 98-100 Bitec บางนา 

ติดตามงานแสดงสินค้า อีเว้นท์ โปรโมชั่น www.thailandexhibition.com / Facebook : ThailandExhibition / twitter : ThailandExhibition / IG : thailandexhibition เที่ยวไป กินไป กับไทยแลนด์ฯ

บทความโดย : Sirinda

Information Partner
  • Ayutthaya city park
  • Bitec
  • Central World
  • Fortune Town
  • Future Park
  • Future Park
  • JJ Mall
  • ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น
  • Paragon Hall
  • Tceb
  • Qsncc
  • Seacon Bangkae
  • Seacon Square
  • TCEB
  • TEA
  • THE BERKELEY HOTEL PRATUNAM
  • The Mall
  • The hub @zeer
  • Zeer Rangsit