บทความน่าสนใจ
รวมบทความ จาก Admin

Lager vs. Ale

บทความโดย : whiteway
เปิดอ่าน : 156

Lager vs. Ale

     เบียร์ที่พบได้มากในประเทศไทยก็คือ Lager ซึ่งปัจจุบันเป็นเบียร์ที่นิยมมากในไทย และในยุโรป ซึ่งวันนี้ผมจะนำข้อมูลมาให้ได้ศึกษากันว่า Lager และ Ale แตกต่างกันอย่างไร (บทความนี้เป็นบทความให้ความรู้ไม่ใช่การชักชวนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการศึกษา)


Lager

     Lager เป็นเบียร์ที่นิยมในยุโปรในปัจจุบัน รวมถึงในประเทศไทยด้วย เพราะในท้องตลาดเป็นประเภทเบียร์ที่หาบริโภคได้ง่าย และด้วยรสชาติที่นุ่มที่ทำให้ดื่มได้ง่ายกว่า Ale ที่ค่อนข้างจะซับซ้อนกว่า Lager

     Lager เป็นเบียร์ที่หมักโดยวิธี Bottom-Fermenting เป็นการหมักแบบนอนก้นโดยใช้อุณภูมิต่ำกว่า Ale โดยใช้อุณหภูมิประมาณ 0 - 10 องศา ใช้เวลาประมาณ 4 อาทิตย์ขึ้นไป

     Lager เป็นภาษาเยอรมันมีความหมายว่า "การเก็บรักษา" มาจากการเก็บรักษาเบียร์ในที่เย็นระหว่างการหมักบ่มเป็นเวลาหลักเดือนโดยได้เบียร์ที่ใส

     Lager มีตั้งแต่สีอ่อนจนถึงเข้ม แต่ถ้านำมาเทียบกับ Ale ส่วนมากก็จะมีสีอ่อนกว่า รสชาติตั้งแต่หวานจนขม บอดี้บางกว่า Ale ให้ความสดชื่น มีคาร์บอนไดออกไซด์สูง ระดับแอลกอฮอลล์อยู่ที่ 3 - 5%

     Lager ก็มีการนำไปพัฒนาแตกยอดต่อไปอีกหลายประเภทแต่ไม่เยอะเท่ากับ Ale

ประวัติ Lager

     ในยุคกลางจะนิยมเก็บหมักเบียร์เย็น ๆ "Lagering" ในถ้ำ ยีสต์ที่ใช้ในการ Bottom-Fermenting จะถูกนำมาผสมในช่วงต้นของศตวรรษที่ 15 

     ศตวรรษที่ 19 ภาษาเยอรมนีคำว่า Lagerbier จะพูดถึงเบียร์ที่หมักโดยวิธี Bottom-Fermenting ก่อนที่จะมีการแช่เย็นผู้ผลิตเบียร์ชาวเยอรมันจะทำห้องใต้ดินใส่น้ำแข็งเพื่อแช่หมักเบียร์ (Lagering) ซึ่งจะทำให้เบียร์เย็นสม่ำเสมอในหน้าร้อน และจะปลูกต้นเกาลัดไว้ข้างบนเพื่อกันความร้อนในหน้าร้อน

     ความนิยมในการทำเบียร์มีความเกี่ยวโยงกับการพัฒนาเครื่องทำความเย็นเพื่อให้ผลิตเบียร์ได้ตลอดทั้งปี ซึ่งแต่เดิมการผลิตเบียร์ในหน้าร้อนเคยถูกห้ามในหลายพื้นที่ในเยอรมนี เครื่องทำความเย็นถูกพัฒนามาใช้ใน Gabriel Sedelmayr's Spaten Brewery ในกรุงมิวนิคโดย Carl von Linde ใน ค.ศ. 1870


Ale

     Ale ถือว่าเป็นชื่อเรียกแรกของเบียร์ เพราะในอดีตยังไม่มีประเภทของเบียร์มากมายนัก จนต้น ๆ ศตวรรษที่ 19 ก็ได้ถือกำเนิดเบียร์อีกสายที่ชื่อว่า Lager จึงถูกเรียกโดยรวมว่าเบียร์

     Ale เป็นที่นิยมมากในอังกฤษ เดิมที Ale จะยังไม่ใส่ฮ็อปลงไปจนกระทั่งปลายศตวรรษที่ 17 นักบรูว์เบียร์ Ale ก็ได้เพิ่มฮ็อปลงไปในส่วนผสม

     Ale สมัยใหม่นิยมใช่น้ำที่มีแคลเซียมซัลเฟตเยอะด้วยวิธีการหมักแบบ Top-Fermenting เป็นการหมักยีสที่ลอยบนผิวน้ำด้านบนด้วยอุณภูมิสูงกว่า Lager ใช้อุณหภูมิประมาณ 10 - 20 องศาเซลเซียส ใช้เวลาหมักประมาณ 1 - 2 อาทิตย์

     Ale มาจากภาษาอฟังกฤษโบราณว่า Alu หรือ Ealu เชื่อว่าเกิดจากรากศัพท์ของ Proto-Indo-European

     ซึ่ง Ale จะเป็นเบียร์ที่มีสีเข้ม บอดี้และรสชาติแรง มีรสขมกว่า Lager และมีดีกรีหรือเปอร์เซ็นแอลกฮอลล์มากกว่า Lager โดยมีดีกรีทั่วไปประมาณ 5.5 - 6.5% โดยมักจะมีกลิ่นของผลไม้ เครื่องเทศ ของการหมัก Ale นิยมทำกันขนาดเล็ก ๆ หรือ Home Brew

     ซึ่ง Ale จะถูกต่อยอดออกไปเป็นเบียร์ได้อีกหลากหลายประเภทนับได้ว่าแตกไปเป็นอีกร้อยประเภทได้เลยทีเดียว เดี๋ยววันหลังผมจะมีเล่าบางประเภทที่นิยมให้ได้อ่านกันนะครับ

ประวัติ Ale

     Ale ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสารอาหารหลักในยุคกลาง เป็นหนึ่งในสารอาหารหลักสามอย่างอยู่ร่วมกับน้ำซุปและขนมปัง ซึ่งนักวิชาการเชื่อว่าคนงานเกษตรรับพลังงานจากการบริโภคธัญญพืชกว่า 80% และทหาร 75% แม้แต่ขุนนางก็ได้รับพลังงานจากธัญพืชถึง 65% Ale ขนาดเล็กที่รู้จักกันในชื่อ Mild ale มีสารอาหารที่สูงแอลกอฮอลล์ที่เพียงพอต่อการที่จะไม่ทำให้เบียร์บูดและให้ความสดชื่นโดยไม่ทำให้เมา

     จากบันทึกของยุคกลางระบุให้เห็นว่า Ale ถูกบริโภคเยอะมาก ในปีค.ศ. 1272 สองสามีภรรยาบริโภค Ala 2 แกลลอนต่อวัน พระในศาสนาคริสต์ที่ Westminster Abbey บริโภค Ale 1 แกลลอนต่อวัน ในปีค.ศ. 1299 ครอบครัวของ Henry de Lacy ซื้อ Ale 85 แกลลอนต่อวัน และในปีค.ศ. 1385-6 ปราสาท Framlingham บริโภค 78 แกลลอนต่อวัน

     การผลิต Ale ในยุคกลางจะเป็นการ Home Brew โดยผู้หญิงเพื่อการบริโภคเองในครัวเรือนและขายเล็ก ๆ น้อย ๆ สร้างรายได้เสริมให้ครอบครัว


     สรุปได้ก็คือ Ale เป็นเบียร์ที่มีบอดี้ที่เข้มข้นรสชาติขม แอลกอฮอลล์เยอะกว่า Lager มีกลิ่นเฉพาะตัวและชัดเจน เหมาะแก่การดื่มด่ำรสชาติกับกลิ่น และ Lager มีบอดี้ที่บางกว่า มีรสชาติดื่มง่าย สดชื่น แอลกอฮอลล์น้อยกว่า ดื่มง่ายเหมาะแก่วันที่สบาย ๆ ดื่มชิล ๆ

     ในประเทศไทยมีงานเบียร์ที่ให้ท่านได้ไปศึกษาอย่างงาน Thailand Beer Festival ซึ่งจะจัดในช่วงปลายปีสามารถติดตามรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ Thailandexhibition.com ได้เลยครับ

บทความโดย : whiteway

Information Partner
  • Ayutthaya city park
  • Bitec
  • Central World
  • Fortune Town
  • Future Park
  • Future Park
  • JJ Mall
  • ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น
  • Paragon Hall
  • Tceb
  • Qsncc
  • Seacon Bangkae
  • Seacon Square
  • TCEB
  • TEA
  • THE BERKELEY HOTEL PRATUNAM
  • The Mall
  • The hub @zeer
  • Zeer Rangsit