บทความน่าสนใจ
รวมบทความ จาก Admin

เบียร์คืออะไร? มารู้จักเบียร์กัน

บทความโดย : whiteway
เปิดอ่าน : 180

เบียร์คืออะไร? มารู้จักเบียร์กัน

     เบียร์เป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก เครื่องดื่มที่ผ่านกระบวนการหมักธัญพืชต่าง ๆ จนเกิดเป็นเครื่องดื่มแอลกออฮอลล์ บ้างก็ดื่มเพื่อความเมา บ้างก็ดื่มเพื่อสุขภาพ บ้างก็ดื่มเหมือนเสพย์งานศิลปะที่บรูว์มาสเตอร์จะบรูว์แตกต่างกันเป็นเอกลักษณ์ของแบชนั้น ๆ วันนี้เราไม่ได้จะมาเชื่อชวนชักนำแต่เราจะมาแนะนำให้รู้จักเบียร์ว่ามีความเป็นมาอย่างไร มาเริ่มกันเลย

ประวัติเบียร์

     เบียร์มีประวัติอันยาวนานโดยไม่สามารถระบุช่วงเวลาได้อย่างแน่นอนแต่สันนิษฐานว่ามีจุดเริ่มต้นมากว่า 12,000 ปี เกิดขึ้นมาพร้อมกับการทำการเกษตรจำพวกธัญพืช เบียร์เป็นสูตรบันทึกที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ชาวอียิปต์โบราณคนแรกได้บันทึกกระบวนการผลิตเบียร์บนกระดาษปาปิรัสในช่วง 5,000 ปีก่อนคริสตกาล หลักฐานที่แน่นอนของการผลิตเบียร์ต้องย้อนไปประมาณ 5,000 ปี ไปยังสุเมเรียนแห่งเมโสโปเตเมียโบราณ นักโบราณคดีพบภาชนะเซรามิกจากยุค 3,400 ปีก่อนคริสตกาล ที่ยังเหนียวและมีกากเบียร์ตกค้างอยู่ และเพลง "Hymn to Ninkasi" ในยุค 1,800 ปีก่อนคริสตกาล เป็นบทสรรเสริญเทพเจ้าแห่งเบียร์ของสุเมเรียนได้อธิบายสูตรการทำเบียร์ที่ทำโดยนักบวชหญิง

     การบริโภคเบียร์มารุ่งเรืองภายใต้จักรวรรดิบาบิโลน แต่ในวัฒนธรรมโบราณของอียิปต์ คนงานในแถบแม่น้ำไนล์มักจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเบียร์ที่มีคุณค่า และทุกคนตั้งแต่ชาวนาจนถึงฟาโรห์ก็ดื่อมเบียร์เป็นส่วนหนึ่งของอาหารประจำวัน เบียร์ที่มีรสชาติสมัยใหม่ขึ้นมาหน่อยแต่ไม่ถึงยุคกลางเมื่อพระคริสเตียน และช่างฝีมือต่าง ๆ ได้เริ่มทำเบียร์ที่ผสมด้วยฮอป

     ที่อเมริกาชนพื้นเมืองอินเดียแดงใช้แป้งข้าวโพดมาทำเป็นส่าหมักประวัติศาสตร์ของเบียร์ยุคใหม่ เริ่มที่ประเทศเยอรมัน โดยชาวเยอรมันโบราณเป็นผู้คิดค้นทำเบียร์ขึ้นในแคว้นบาวาเรีย โดยไม่ได้ลอกเลียนแบบการทำเบียร์จากชาติใด ๆ โดยชาวเยอรมันทำจากข้าวมอลต์ ยุคนั้นเรียกว่า Peor หรือ Bior จนเพี้ยนมาเป็นคำว่า Beer เครื่องดื่ม Bior นี้ มีรสเปรี้ยวอมหวาน คนเยอรมันเชื่อว่าเบียร์นั้นบริสุทธิ์กว่าน้ำเปล่าธรรมดาจึงเห็นได้ว่าคนเยอรมันมักดื่มเบียร์มากกว่าน้ำ

    เบียร์ยังถูกใช้ในทางศาสนาของคริสต์โดยการใช้เบียร์เป็นเครื่องมือดึงดูดคน หรือ ก็จะมีพระของทางศาสนาคริสต์ทำเบียร์ขึ้นมาเพื่อขายระดมทุนมาให้โบสถ์นั่นเอง

ประวัติเบียร์ในประเทศไทย

     ประเทศไทยนั้น เริ่มมีการผลิตเบียร์ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระยาภิรมย์ภักดี (บุญรอด เศรษฐบุตร) ได้ยื่นเรื่องขอจัดตั้งบริษัทผลิตเบียร์ขึ้นในปี พ.ศ. 2473 โดยจะใช้ปลายข้าวในการผลิตแทนข้าวมอลต์. ส่วนตัวโรงงานนั้นได้ถูกสร้างขึ้นภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2476 ในย่านบางกระบือ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายใต้ชื่อบริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และทำการผลิตเบียร์ออกจำหน่ายครั้งแรกในปี พ.ศ. 2477 ภายใต้เครื่องหมายการค้า ตราหมี ตราสิงห์แดง ตราสิงห์ขาว ตราแหม่ม ตราพระปรางค์ทอง ตราว่าวปักเป้า ตรากุญแจ ตรารถไฟ และ ที่ยังคงอยู่จนปัจจุบันนี้คือ ตราสิงห์

     ต่อมาในปี พ.ศ. 2504 มีโรงเบียร์แห่งที่สองเกิดขึ้น คือ บริษัทบางกอกเบียร์ ผลิตเบียร์ตราหนุมาน ตราแผนที่ และตรากระทิง แต่ไม่ได้รับความนิยมจากผู้ดื่มจึงได้เลิกกิจการไป ต่อมาในปี พ.ศ. 2509 จึงได้เปลี่ยนเจ้าของกิจการและเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัทไทยอมฤต บริวเวอรี่ จำกัด ผลิตเบียร์อมฤต และซื้อลิขสิทธิ์ยี่ห้อเบียร์จากต่างประเทศชื่อ คลอสเตอร์ มาผลิตเมื่อ พ.ศ. 2521

     ภายหลังจากที่ประเทศไทยมีโรงงานเบียร์แห่งที่สองแล้ว ภาครัฐก็ไม่ได้มีการสนับสนุนให้มีการตั้งโรงงานเพิ่ม เนื่องจากเห็นว่าเบียร์เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย และตั้งกำแพงภาษีเพื่อให้ความคุ้มครองกับผู้ผลิตในประเทศ จนกระทั่ง พ.ศ. 2535 ภาครัฐมีนโยบายเปิดเสรีทางการค้า โดยการเปลี่ยนเงื่อนไขของผู้ผลิตเบียร์ จากที่กำหนดให้ผู้ถือหุ้นใหญ่ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย เป็นนิติบุคคลสัญชาติไทย เพื่อจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนสร้างโรงงานในประเทศ

ส่วนประกอบของเบียร์

     ก่อนจะเป็นเบียร์ได้ต้องผ่านการหมักจากธัญพืชต่าง ๆ มาดูกันดีกว่าว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้าง

1. น้ำ - น้ำเป็นส่วนประกอบหลักในการทำเบียร์ มีประมาณ 90% ซึ่งน้ำจากแหล่งน้ำแต่ละที่จะมีรสชาติแตกต่างกันจากแร่ธาตุในน้ำที่แตกต่างกัน
2. ฮ็อป - ดอกของพันธุ์ไม้เลื้อยชนิดหนึ่งมีคุณสมบัติเหมือนการกันบูด มีรสขมที่ช่วยตัดรสหวานของเบียร์ให้ลงตัว ให้กลิ่นเฉพาะตัวในแต่ละสายพันธุ์ ซึ่งกลิ่นของฮ็อปจะช่วยเพิ่มสเน่ห์ให้เบียร์อีกด้วย ซึ่งฮ็อปที่นำมาใช้ในการทำเบียร์จะเป็นฮ็อปอบแห้งและฮ็อปอัดเม็ด
3. มอลต์ - ได้จากการนำเมล็ดธัญพืชมาผ่านกรรมวิธี Malting คือการนำเมล็ดไปแช่น้ำจนแตกยอดอ่อนซึ่งเมล็ดจะสร้างเอนไซม์ที่จะเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล แล้วหยุดการงอกด้วยการนำไปผ่านความร้อนด้วยวิธีคั่วหรือต้ม ซึ่งชนิดของธัญพืชวิธีการทำเป็นมอลต์ที่แตกต่างกันก็จะให้รสชาติที่แตกต่างกัน
4. ยีสต์ - มีหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลจากมอลต์เป็นแอลกอฮอลล์และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ทำให้เกิดฟอง ทำให้มีกลิ่นที่เฉพาะตัว แตกต่างกันไปในแต่ละชนิด

ประโยชน์ของเบียร์

     ที่รู้กันว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ควรดื่มแต่พอดีถ้าดื่มมากไปก็จะเป็นโทษดังเช่นเดียวกับอาหารต่าง ๆ นอกจากข้อเสียต่าง ๆ จากเบียร์แล้วเบียร์ก็ยังมีประโยชน์ที่หลายคนไม่ค่อยรู้อีกด้วย

  1. คลายความเครียด
  2. หลับสบาย
  3. ระบบย่อยอาหารดีขึ้น
  4. ช่วยลดคอเลสเตอรอล
  5. ทำให้กระดูกแข็งแรง
  6. ป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์
  7. ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ

     นอกจากประโยชน์แล้วเบียร์ยังมีโทษร้ายแรงถ้าไม่รู้จักดื่มแต่พอดี ซึ่งอาจจะเป็นโทษที่ทำให้คุณถึงแก่ชีวิตหรือทำให้สภาพร่างกายย่ำแย่มาก ๆ

     ในประเทศไทยมีงานเบียร์ที่ให้ท่านได้ไปศึกษาอย่างงาน Thailand Beer Festival ซึ่งจะจัดในช่วงปลายปีสามารถติดตามรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ Thailandexhibition.com ได้เลยครับ

บทความโดย : whiteway

Information Partner
  • Ayutthaya city park
  • Bitec
  • Central World
  • Fortune Town
  • Future Park
  • Future Park
  • JJ Mall
  • ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น
  • Paragon Hall
  • Tceb
  • Qsncc
  • Seacon Bangkae
  • Seacon Square
  • TCEB
  • TEA
  • THE BERKELEY HOTEL PRATUNAM
  • The Mall
  • The hub @zeer
  • Zeer Rangsit