บทความน่าสนใจ
รวมบทความ จาก Admin

5 สุนัขพันธุ์ใหญ่น่าเลี้ยง

บทความโดย : whiteway
เปิดอ่าน : 180

5 สุนัขพันธุ์ใหญ่น่าเลี้ยง

      เป็นยังไงบ้างครับกับการแนะนำสุนัขพันธุ์เล็กและกลาง วันนี้ผมก็จะนำสุนัขมาแนะนำอีกเช่นเคยแต่ครั้งนี้จะเป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ จะมีพันธุ์อะไรบ้างไปชมกันครับ


1. โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ (Golden Retriever)

     สุนัขขนสีทองเหมือนชื่อ ขนยาวฟู เป็นมิตร ที่ใคร ๆ ก็รู้จัก โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ หัวกว้างมีช่วงปากที่แข็งแรง ตาสีน้ำตาล หูรูปสามเหลี่ยมพับลง มีขน 2 แบบ คือเรียบกับเป็นลอน ขนชั้นนอกแน่น เงา หยิกเป็นลอนเล็กน้อย และราบเรียบไปตามลำตัว

     มีถิ่นกำเนิดในประเทศอังกฤษและสก๊อตแลนด์ เป็นสุนัขที่พัฒนาสายพันธุ์มาจากสุนัขในกลุ่มสแปเนี่ยล มีสายเลือดผสมระหว่างสุนัขพันธุ์ Yellow Flat-Coated Retriever และ Light-Coated Tweed Water Spaniels และอาจจะมีสายพันธุ์ของ Newfoundland หรือ Bloodhound ผสมอยู่ด้วย เป็นสุนัขล่าสัตว์เชี่ยวชาญทางน้ำ มีประสาทสัมผัสดีเลิศทั้งในด้านของการฟังเสียง การดมกลิ่น

นิสัย

     ขี้เล่น สุภาพ ขี้ประจบ เสียสละรักเจ้าของมาก ใจดี เข้ากับคนง่าย ชอบเห่าทักทาย ไม่ดื้อฝึกง่าย

โรคประจำพันธุ์

  • โรคข้อสะโพกเสื่อม พบมากถึง 1 ใน 3 ของโรคกระดูกทั้งหมดใน สุนัข โดยอย่าให้สุนัขมน้ำหนักที่มากเกินไป
  • โรคขาดฮอร์โมนไทรอยด์ ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนน้อยกว่าปกติ และก่อให้เกิดความผิดปกติต่างๆ ของร่างกายโดยแสดงออกทางผิวหนัง อาการที่พบคือ สุนัข จะมีอาการขนร่วง ควรพาไปพบแพทย์
  • โรคเนื้องอกในต่อมน้ำเหลือง พบได้ทั้งชนิดที่ไม่รุนแรงและชนิดที่เป็นมะเร็ง ควรรีบพาไปพบแพทย์
  • โรคต้อกระจก พบได้มากในสุนัขที่มีอายุเยอะทุกพันธุ์ ควรรีบพาไปพบแพทย์

2. ไทยบางแก้ว (Thai Bangkaew)

      พูดถึงสุนัขไทยทุกคนก็จะนึกถึงสุนัขตัวใหญ่ขนยาวรักเจ้าของมากและดุกับคนแปลกหน้าอย่างบางแก้ว บางแก้วมีสัดส่วนสมบูรณ์ กล้ามเนื้อสมบูรณ์ แข็งแรง คล่องแคล่ว ขนปุยยาว สง่างาม เวลายืนมักเชิดหน้าและโก่งคอคล้ายม้า หัวกะโหลกใหญ่ ดั้งจมูกมีมุมหักเล็กน้อย ปากยาวแหลม หูเล็กสั้นตั้ง หางเป็นพวง

     ต้นกำเนิดอยู่ที่ วัดบางแก้ว ต.บางแก้ว อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เป็นสายเลือดผสมของพันธุ์ไทยบ้านกับสุนัขป่า และยังมีอีกสายเลือดก็คือสุนัขจิ้งจอก ในปัจจุบันถูกนำมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านเป็นที่นิยมมากในจังหวัดพิษณุโลก และเป็นสุนัขที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดพิษณุโลก

นิสัย

     ดุ ฉลาดฝึกง่าย หวงเจ้าของมาก กล้าหาญ มั่นใจในตัวเองสูง ร่าเริง กระตือรือร้น

โรคประจำพันธุ์

     เนื่องจากเป็นสุนัขที่แข็งแรงสุขภาพดีก็จะมีแค่โรคที่พบได้ในสุนัขทั่วไป ควรพาน้องไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ


3. คอลลี่ (Collie)

     สุนัขที่ฉลาดที่สุดในโลกสุดยอดน้องสุนัขไอคิวสูง สุนัขขนยาว หน้าแหลม สง่างาม อกลึกและกว้างแสดงถึงความแข็งแรง ลำตัวส่วนหน้าและส่วนหลังสมดุลกัน อวัยวะทุกส่วนได้สัดส่วนและประสานกันเป็นรูปร่างที่สวยงามลงตัว

     มีต้นกำเนิดในตอนเหนือของอังกฤษและสก็อตแลนด์ เป็นสุนัขเฝ้าแกะ ส่วนใหญ่มาจากบริเวณที่ราบสูง บางส่วนเชื่อว่ามีชื่อมาจาก The Colley แกะหน้าดำ (Scottish black-faced) ที่เคยดูแล พระราชินีวิคตอเรียเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าช่วยให้คอลลี่กลายเป็นที่รู้จัก ในปี 1860 พระองค์เสด็จไปที่สกอตแลนด์ และได้ตกหลุมรักความสวยงามและนิสัยที่อ่อนโยนของเจ้าคอลลี่ จึงได้นำกลับไปที่ประเทศอังกฤษและทำให้เจ้าคอลลี่กลายเป็นที่นิยมขึ้นมา 

นิสัย

     เป็นมิตร อ่อนโยน น่ารัก ชอบทำกิจกรรมกับเจ้าของ ฉลาดมาก ๆ ฝึกได้ง่ายมาก ไม่ชอบการถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง รักสะอาด รักเด็กมีสัญชาตญาณในการปกป้องเด็กสูงมาก

โรคประจำพันธุ์

     อ่อนไหวง่ายต่อยา รวมไปถึง แอนตี้ไบโอติก และ สเตรอยด์ ร่างกายไม่แข็งแรง เป็นไข้ง่าย ท้องร่วงง่าย เป็นโรคเกี่ยวกับตา และโรคผิวหนัง


4. อาคิตะ อินุ (Japanese Akita Inu)

     สุนัขที่ซื่อสัตย์และจงรักภักดี จนมีการขนานนามจากทั่วโลกว่า "The Loyal Friend from the Land of the Rising Sun" ร่างกายกำยำ มีลำตัวที่ยาวกว่าความสูง อะกิตามีรูปร่างลักษณะที่ได้สัดส่วนสมดุล ศรีษะขนาดใหญ่กับปากที่สั้นมองเห็นเป็นทรงสามเหลี่ยม หางใหญ่ ยกสูงและม้วนเหนือวางเหนือลำตัว ขนยาวปานกลาง ขนด้านล่างหนานุ่ม

      ชื่อของสายพันธุ์มาจากเมือง Akita ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น เป็นสุนัขประจำชาติของญี่ปุ่น มีถิ่นกำเนิดในเมืองฮอนชู ถูกเลี้ยงไว้เป็นสุนัขอารักขาองค์จักรพรรดิ์ และเป็นสุนัขล่าสัตว์ พัฒนาจากการผสมพันธุ์ระหว่างสุนัขพันธุ์เชา เชา กับสุนัขพันธุ์การิ (Kari) และ โทสะ (Tosa) ของญี่ปุ่น เกือบสูญพันธุ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายหลังจบสงครามก็ได้มีการฟื้นฟูสายพันธุ์อาคิตะขึ้นมาใหม่ เป็นช่วงที่อเมริกานำเข้าไปเลี้ยงเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดอาคิตะสายพันธุ์อเมริกาซึ่งมีความแตกต่างจากอาคิตะญี่ปุ่น

นิสัย

     รักสันโดษไม่เป็นมิตรต่อสุนัขตัวอื่น มีความเป็นตัวของตัวเองสูง นิ่ง ไม่ค่อยแสดงออก ฉลาด อดทน กล้าหาญ กล้าตัดสินใจ ขี้เบื่อ

โรคประจำพันธุ์

     โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง เบาหวาน ควรพาไปตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ


5. ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ (Labrador Retriever)

     สุนัขขนสั้นเรียบสมส่วน แข็งแรง ขนสองชั้น ชั้นนอกสั้น เหยียดตรง และแน่น ขนชั้นในนุ่ม ลักษณะคล้ายกับ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ต่างกันที่ขนสั้น ความนิยมมากพอ ๆ  กับ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ และมีกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์กว่า โกลเด้น รีทรีฟเวอร์

     ชื่อ ลาบราดอร์ ได้มาจากแหล่งต้นกำเนิดของสุนัขพันธุ์นี้ คือ คาบสมุทร ลาบราดอร์ ในรัฐนิวฟาวด์ ประเทศแคนาดา แต่เดิมถูกใช้โดยชาวประมงในการคาบปลาที่หลุดอวน จนถูกพัฒนามาใช้งานล่าสัตว์ และเคยถูกพัฒนาผสมข้ามสายพันธุ์กับสุนัขในกลุ่มรีทรีฟ ปัจจุบันถูกนำมาใช้งานในหลายด้านรวมทั้งการนำมาเลี้ยงในบ้านอีกด้วย

นิสัย

     ฝึกง่าย ใจดี ฉลาด ขี้ประจบ กระตือรือร้น รักสนุก เป็นสุนัขเฝ้ายามที่ดี รักเด็ก เข้ากับคนได้ง่าย

โรคประจำพันธุ์

  • โรคอ้วน ระวังเรื่องโรคอ้วนควรให้อาหารและออกกำลังกายให้ถูกวิธีอาจะทำให้เกิดโรค โรคข้อสะโพกเสื่อม และ โรคกระดูกอ่อน จากการเจริญเติบโตของกระดูกไม่สมบูรณ์ อาการขาโก่ง
  • โรคขาดฮอร์โมนไทรอยด์ ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนน้อยกว่าปกติ และก่อให้เกิดความผิดปกติต่างๆ ของร่างกายโดยแสดงออกทางผิวหนัง อาการที่พบคือ สุนัขจะมีอาการขนร่วง
  • โรคสายตา โรคสายตาจะพบเมื่ออายุเยอะขึ้น อาทิ โรคประสาทตาเสื่อม, โรคต้อกระจก ควรพาไปตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
  • โรคลมบ้าหมู สุนัข ชักบ่อย ๆ และควบคุมการทรงตัวไม่ได้ ควรหาสถานที่โล่งสงบ ๆ ในห้องมืดรอจนกว่าอาการชักจะเบาลง แล้วพาไปหาแพทย

     สำหรับใครที่อยากซื้อสุนัขมาเลี้ยงสามารถไปเดินดูได้ที่งาน Pet Expo Thailand ในวันที่ 3 - 6 กันยายน 2563 ที่ ไบเทค บางนา งานเดียวครบวงจรเรื่องสัตว์เลี้ยง สำหรับบทความต่อไปจะมีความรู้อะไรมาให้นั้นติดตามได้เลยครับ

บทความโดย : whiteway

Information Partner
  • Ayutthaya city park
  • Bitec
  • Central World
  • Fortune Town
  • Future Park
  • Future Park
  • JJ Mall
  • ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น
  • Paragon Hall
  • Tceb
  • Qsncc
  • Seacon Bangkae
  • Seacon Square
  • TCEB
  • TEA
  • THE BERKELEY HOTEL PRATUNAM
  • The Mall
  • The hub @zeer
  • Zeer Rangsit