บทความน่าสนใจ
รวมบทความ จาก Admin

10 เมนูกาแฟ แตกต่างกันยังไง สั่งให้ถูกใจ จะได้ไม่ตาค้าง

บทความโดย : mojihead
เปิดอ่าน : 602





Espresso เอสเพรสโซ

กาแฟที่มีรสแก่และเข้ม ซึ่งมีวิธีการชงโดยใช้แรงอัดไอน้ำหรือน้ำร้อนผ่านเมล็ดกาแฟคั่วที่บดละเอียด ที่มาของชื่อ เอสเพรสโซ มาจากคำภาษาอิตาลี "espresso" แปลว่า เร่งด่วน  ทำให้คอกาแฟดื่มเอสเพรสโซโดยไม่ปรุงด้วยน้ำตาลหรือนม และมักจะเสิร์ฟเป็นชอต (แก้วแบบจอก) เพื่อให้ปริมาณไม่มากจนเกินไป 30-60มิลลิลิตร นิยมดื่มให้หมดในอึกเดียว ส่วนเอสเพรสโซ่เย็นนั้นมีเเต่ในประเทศไทยเท่านั้น เอสเพรสโซ่ใส่นมข้นหวาน+นมข้นจืด เข้มข้นหวานมันถูกใจคนไทย 



Cappuccino คาปูชิโน 
ต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี คาปูชิโนมีส่วนประกอบหลักคือ เอสเพรสโซ และ นม เอสเพรสโซ 1/3 ส่วน ผสมกับนมสตีม (นมร้อนผ่านไอน้ำ) 1/3 ส่วน และนมตีเป็นโฟมละเอียด 1/3 ส่วนลอยอยู่ด้านบน นอกจากนั้นอาจโรยหน้าด้วยผงซินนามอน หรือ ผงโกโก้เล็กน้อย แต่สำหรับต่างประเทศรวมถึงประเทศไทย การดื่มคาปูชิโน ดื่มได้ทุกเวลาโดยไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลก ตอนเย็นๆค่ำๆก็ดื่มได้

 

Latte ลาเต้ 
เครื่องดื่มกาแฟที่ผสมด้วยนมร้อน  เป็นภาษาอิตาลีแปลว่านม ส่วนในประเทศอื่น จะหมายถึง กาแฟลาเต้ หรือ โดยการเทเอสเพรสโซ 1/3 ส่วน และนมร้อนอีก 2/3 ส่วน ลงในถ้วยพร้อมๆ กัน และจะหยอดโฟมนมหนาประมาณ 1 ซม. ทับข้างบน ในการชงกาแฟลาเต้ บาริสต้า จะใช้วิธีขยับข้อมือเล็กน้อยขณะที่รินนมบนกาแฟ ทำให้เกิดลวดลายต่าง ๆ เรียกว่า ลาเต้อาร์ต (latte art) เพิ่มมูลค่าของกาแฟลาเต้ได้อีกเยอะเลย 


Mocha มอคคา
เครื่องดื่มกาแฟซึ่งมี เอสเพรสโซ่ และ โกโก้ เป็นส่วนประกอบ ชงคล้ายกับลาเต้ จุดที่แตกต่างคือจะใส่ช็อกโกแลตไซรัปด้วย มักมีฟองนมโปะบนท็อป ตบท้ายด้วยผงโกโก้หรือผงอบเชย เสิร์ฟทั้งแบบร้อนและแบบเย็นใส่น้ำแข็ง เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยม


Americano อเมริกาโน หรือ  Black Coffee 
กาแฟชนิดนี้อเมริกันนิยม จนตั้งชื่อเป็นของตัวเอง มีวิธีการชงโดยเติมน้ำร้อนผสมลงไปในเอสเพรสโซ. การเจือจางเอสเพรสโซซึ่งเป็นกาแฟเข้มข้นด้วยน้ำร้อน ทำให้อเมริกาโนมีความแก่พอ ๆ กับกาแฟธรรมดา แต่มีกลิ่นและรสชาติที่เข้มอันมาจากเอสเพรสโซ อเมริกาโนเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟดำ แต่ไม่แก่และหนักถึงขั้นเอสเพรสโซ คอกาแฟส่วนใหญ่นิยมดื่มอเมริกาโนโดยไม่ปรุงด้วยนมหรือน้ำตาล  

 



มาดูกาแฟชนิดอื่นๆที่ไม่ค่อยถูกสั่งนัก เเต่ก็มีในเมนูร้านกาแฟแทบทุกร้าน 


Macchiato มัคคิยาโต
คำว่า “มัคคิยาโต” ในภาษาอิตาเลียนแปลว่า “การทำเครื่องหมาย” ฉะนั้นในโลกของกาแฟ ถ้ามีคำว่ามัคคิอาโตขึ้นมาเมื่อไร ความสวยงามจะต้องบังเกิด ถ้าเราสั่ง “คาเฟ่มัคคิยาโต” ก็จะเป็นกาแฟเอสเพรสโซปิดหน้าด้วยฟองนม ก่อนทำเครื่องหมายด้วยการเทนมอุ่นลงไปตรงกลางแก้วจนเห็นเป็นชั้นสวยงาม ในขณะที่ “ลาเต้มัคคิยาโต” จะเป็นนมร้อนที่ถูกทำเครื่องหมายด้วยกาแฟเอสเปรสโซ ปิดท้ายด้วยแก้วโปรดของคนหลงรักความหวานหอม “คาราเมลมัคคิยาโต”  ซึ่งก็คือนมร้อนผสมคาราเมล แล้วทำเครื่องหมายสีน้ำตาลด้วยกาแฟเอสเปรสโซ ถ้ายิ่งปิดหน้าด้วยฟองนม แต่งหน้าด้วยคาราเมลอีกสักรอบ ก็จะยิ่งสวยหวานเข้าไปอีก


Risretto  ริสเทรตโต้
คือ กาแฟ Espresso ครึ่ง shot  มีอัตราส่วนของผงกาแฟกับน้ำเป็น 1:1 แตกต่างจากเอสเปรสโซที่มีอัตราส่วนเป็น 1:2 ให้รสชาติเข้มข้นน้อยกว่า แต่มีความหวานและสดชื่นมากกว่าช็อตเอสเปรสโซ  

Long black 
คือการเติมน้ำร้อนก่อน แล้วเท Espresso shot ตามลงไป ผลที่ได้คือ Creama(ฟองกาแฟสีครีม) จะมีมากกว่า Americano รสชาติถามว่าคล้ายอเมริกาโน่มั้ยก็คล้ายเเต่ไม่เหมือนกันเลยทีเดียว ต่างเเค่วิธีการชง 

Lungo
มาจากภาษาอิตาลีที่แปลว่า ยาว (long) วิธีการทำคือ การทำ espresso shot แต่ปล่อยให้น้ำไหลผ่านจนได้ปริมาณที่ต้องการเช่น 3-4 ออนซ์ (ลากน้ำกาแฟ) รสชาติกาแฟที่ได้จะมีความเข้ม ขม และฝาดมากกว่า กาแฟ americano และ long black เนื่องจากมีการสกัดกาแฟที่ใช้ระยะเวลานานกว่า

 

Affogato อัฟโฟกาโต้
เป็นของหวานของชาวอิตาลี่...ก็คือไอศครีมวนิลาใส่กาแฟเอสเพรสโซ่ จะเพิ่ม topping เป็นถั่วบด, ผลไม้, บิสกิต, หรือบราวนี่บด ก็ได้ไม่ผิดทุกกรณี 

บทความโดย : mojihead

Information Partner
  • Ayutthaya city park
  • Bitec
  • Central World
  • Fortune Town
  • Future Park
  • Future Park
  • JJ Mall
  • ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น
  • Paragon Hall
  • Tceb
  • Qsncc
  • Seacon Bangkae
  • Seacon Square
  • TCEB
  • TEA
  • THE BERKELEY HOTEL PRATUNAM
  • The Mall
  • The hub @zeer
  • Zeer Rangsit