บทความน่าสนใจ
รวมบทความ จาก Admin

เทคนิคการจัดสเปค Computer

บทความโดย : whiteway
เปิดอ่าน : 265

เทคนิคการจัดสเปค Computer

   ถ้าหมดโควิดแล้วอยากซื้อคอมพิวเตอร์ แต่ไม่รู้ว่าคอมพิวเตอร์ควรจัดสเปคอย่างไร วันนี้เรามาแนะนำการจัดสเปคคอมพิวเตอร์เวลาไปเดินงาน Commart จะได้เตรียมตัวการจัดสเปคคอมไปได้อย่างคุ้มค่าที่สุด


1. Mainboard

     Mainboard หรือ Motherboard คือ แผงวงจรหลัก ที่มีหน้าที่ในการควบคุมและจัดการการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกันให้ทำงานร่วมกันได้ และเมนบอร์ดจะมีชิพเซ็ตที่เหมือนกับเป็นหัวใจหลักของเมนบอร์ดที่จะทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ทำงานร่วมกันได้ ชิพแต่ละประเภทก็มีการแปลภาษาที่แตกต่างกันไปทำให้เมนบอร์ดรองรับ CPU ยี่ห้อและรุ่นที่แตกต่างกันไป อีกทั้งยังมีมาตรฐาน DDR ของแรมที่รองรับ จำนวน Bus ของแรมที่รองรับอีกด้วย

ส่วนประกอบต่าง ๆ ของเมนบอร์ด

  • Cache Memory มีหน้าที่พักข้อมูลเพื่อนำมาเรียกใช้ซ้ำ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้เร็วยิ่งขึ้น
  • Port เป็นส่วนที่เอาไว้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก อาทิ ช่อง USB, ช่อง Lan, ช่องเสียบสายจอ เป็นต้น
  • Memory Slot (RAM Slots) ตรงตัวเลยคือช่องเสียบแรม
  • Chipset หัวใจการทำงานของเมนบอร์ดดังที่อธิบายไว้ด้านบน
  • Expansion Slot ช่องสำหรับเสียบอุปกรณ์ต่าง ๆ เพิ่มเติม อาทิ การ์ดเสียง, การ์ดแคปเจอร์หน้าจอ, เสียบอุปกรณ์รับสัญญาณ wifi เป็นต้น
  • Graphic Card Slot เอาไว้เสียบการ์ดจอ ซึ่งแต่ละรุ่นของเมนบอร์ดก็รับการ์ดจอที่แตกต่างกัน
  • bios ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ติดบนเมนบอร์ด
  • cmos ทำหน้าที่เก็บข้อมูลค่าต่าง ๆ ที่ bios กำหนดไว้
  • หัวต่อแหล่งจ่ายไฟ เป็นช่องที่ไว้เสียบสายไฟจาก Power Supply ที่เป็นแหล่งจ่ายไฟ

ขนาดของเมนบอร์ดจะเล็กใหญ่ต่างกันคุณสมบัติและช่องต่าง ๆ จะต่างกัน โดยแบ่งขนาดได้ดังนี้

  • SATX (Standard ATX) หรือ ATX เมนบอร์ดไซส์มาตรฐาน ขนาด 305 × 244 มิลลิเมตร เป็นขนาดที่นิยมใช้งานมากที่สุด ส่วนใหญ่จะมีช่องใส่แรม 4 ช่อง Sata ที่เสียบอุปกรณ์ต่าง ๆ 6 - 8 Port และมีช่องใส่ M.2 2-3 ช่อง
  • Micro-ATX เมนบอร์ดที่เล็กลงมาจากไซส์มาตรฐานนิดหน่อย ซึ่งก็เป็นอีกไซส์ที่มีความนิยมมากเพราะเป็นไซส์ที่ขนาดเล็กลงแต่มี Slot ต่าง ๆ ที่เพียงพอที่จะใส่อุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน และเหลือที่จะสามารถอัปเกรดได้อีกด้วย ขนาด 244 × 244 มิลลิเมตร
  • Mini-ITX มีขนาดเล็กกระทัดรัดพกพาสะดวก แต่ราคาจะพอ ๆ กัน หรือ แพงกว่า Micro-ATX ใส่การ์ดจอได้ตัวเดียวและส่วนใหญ่จะเป็นการ์ดจอขนาดเล็ก และ Slot ต่าง ๆ จะมีมาไม่เยอะแค่ใส่ใช้ได้พอใช้จะอัพเกรดใส่อุปกรณ์เพิ่มไม่ได้มาก ขนาด 170 × 170 มิลลิเมตร
  • EATX จะเป็นไซส์ที่ใหญ่กว่าไซส์มาตรฐานเล็กน้อยด้วยความกว้างที่กว้างกว่า จะมี Slot ต่าง ๆ มากกว่าไซส์มาตรฐาน ซึ่งสมัยนี้ก็มีเกมเมอร์ที่มีงบสูง ๆ หลายท่านนำมาใช้เพราะสามารถใส่อุปกรณ์คอมได้มากขึ้น ขนาด 305 × 279-330 มิลลิเมตร

2. CPU

     ชิปประมวลผลตัวหลักที่ส่งผลต่อความเร็ว เพราะเป็นตัวประมวลผลกลางที่มีหน้าที่ในการคิดคำนวณ ประมวลผล และควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งจะเปรียบเหมือนสมองที่มีหน้าที่สั่งการร่างกายของมนุษย์ ซึ่งความเร็วจะมีหน่วยเป็น GHz และมีเรื่องจำนวน Cores หรือจำนวนแกนของ CPU ซึ่งเหมือนจำนวนสมองของ CPU และยังมี Thread ซึ่งจะเป็นเหมือนตัวจำลองเพิ่มจำนวน Core หรือ Core เทียมนั่นเอง ซึ่ง CPU แต่ละตระกูลจะมีรหัวต่อท้ายตัวเลขเพื่อบ่งบอกสเปคพิเศษของ CPU ตัวนั้น ๆ จะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

Intel

  • รหัส F จะเป็น CPU ที่ไม่มีการ์ดจอในตัว ราคาจะถูกลงจาก CPU ปกติที่ไม่มีรหัส F ซึ่งมีข้อดีตรงราคาถูก แต่เราต้องใส่การ์ดจอแยกเอาเอง และข้อเสียคือถ้าการ์ดจอแยกของเราเสีย เราก็จะไม่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้เลย ต่างจาก CPU ที่ไม่มีรหัส F ที่เราสามารถใช้การ์ดจอของ CPU ได้
  • รหัส K (Unlocked) จะเป็น CPU ที่สามารถนำไป Overclock ได้นั่นเอง แต่ต้องนำไปใช้กับเมนบอร์ดที่เหมาะกับการ Overclock ด้วย และยังมี CPU ที่รหัส KF ก็คือ CPU ที่ Overclock ได้แต่ไม่มีการ์ดจอนั่นเอง
  • รหัส X จะเป็น CPU ระดับไฮเอนด์หรือ CPU ที่แรงที่สุด จะมี Core และ Thread สูงมาก ๆ เพื่อการทำงานที่รวดเร็วยิ่งขึ้น สามารถรองรับแรมแบบ 4 ช่อง และรับการ์ดจอได้มากกว่า 1 ตัวอีกด้วย

AMD

  • รหัส X จะเป็น CPU ที่สามารถ Overclock ได้ดีกว่ารุ่นที่ไม่มีรหัส X
  • รหัส G คือ CPU ที่มีการ์ดจอ ซึ่งรุ่นอื่น ๆ รหัสอื่น ๆ ของ AMD จะไม่มีการ์ดจอ และตัวรหัส G จะมีราคาที่สูงขึ้น

ข้อเสนอแนะ สำหรับผู้ที่เล่นในห้องที่ไม่มีแอร์ผมแนะนำให้ใส่ Heat Sink หรือ ซิงค์ระบายความร้อน CPU ที่ใหญ่ขึ้นมาจากของที่แถมมาจาก CPU อีกหน่อยเพื่อที่ CPU ของคุณจะได้ไม่ร้อนมากเมื่อ CPU ทำงานหนัก

 


3. GPU

     GPU หรือ Graphic Card หรือ การ์ดจอ เป็นส่วนแสดงผลไปยังจอภาพ ถ้าคอมพิวเตอร์ที่รันกราฟฟิกเยอะ ๆ ก็ต้องใช้การ์ดจอที่แรงขึ้นตามความใช้งาน ซึ่งในตัวการ์ดจอก็จะมี RAM อยู่ด้วยซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับ RAM ในเครื่องคอมพิวเตอร์ส่งผลให้การ์ดจอทำงานเร็วยิ่งขึ้นถ้ามีแรมเยอะ

การดูรหัสการ์ดจอ

Nvidia

     ปัจจุบันการ์ดจอของ Nvidia จะเป็นซีรีย์ GTX และ RTX ซึ่งซีรีย์ RTX จะสามารถรัน Ray Tracing เพื่อคุณภาพของแสงเงาที่สมจริงยิ่งขึ้น

รหัสตัวเลข

  • รหัสหลักแรก เป็นตัวบ่งบอกซีรีย์หรือรุ่นของการ์ดจอนั้น ๆ ซึ่งตัวเลขหลักแรกจะเป็นตัวบอกความใหม่เก่าของการ์ดจอ
  • รหัสหลักที่สอง เป็นตัวบอกระดับความแรงเรียงไปตั้งแต่ 2-9
  • หลักที่สาม คือการแบ่งระดับที่ย่อยลงไปอีกแต่แทบจะไม่มีเลยในการย่อยให้เห็นในปัจจุบัน

รหัสตัวอักษร

  • Ti จะเป็นการ์ดจอที่มีความแรงกว่าการ์ดจอที่ไม่มี Ti ต่อท้าย
  • Super จะคล้าย ๆ กับ Ti แต่ความแรงยังไม่เท่า Ti
  • X จะเป็นการ์ดจอที่แบรนด์ต่าง ๆ ได้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในด้านต่าง ๆ เช่น การเพิ่มพัดลม, การเพิ่มแรม เป็นต้น
  • OC จะบอกว่าเป็นรุ่นที่ได้ Overclock เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมาจากโรงงานให้แล้ว

ตัวอย่าง

     Nvidia RTX 2060 Super OC จะเป็นการ์ดจอในซีรีย์ RTX รุ่นซีรีย์ 20 ความแรงระดับ 6 ไม่มีการแบ่งระดับย่อย แรงกว่าตัวปกติด้วยอักษร Super และได้ผ่านการ Overclock จากโรงงานมาให้แล้ว

AMD

     การ์ดจอของ AMD จะเป็นซีรีย์ Radeon RX ซึ่งจะขึ้นต้นด้วย RX

รหัสตัวเลข

  • รหัสหลักแรก เป็นตัวบ่งบอกซีรีย์หรือรุ่นของการ์ดจอนั้น ๆ ซึ่งตัวเลขหลักแรกจะเป็นตัวบอกความใหม่เก่าของการ์ดจอ
  • รหัสหลักที่สอง เป็นตัวบอกระดับความแรงเรียงไปตั้งแต่ 3-9
  • หลักที่สามและสี่ คือการแบ่งระดับที่ย่อยลงไปอีกแต่แทบจะไม่มีเลยในการย่อยให้เห็นในปัจจุบัน

รหัสตัวอักษร

  • XT จะเป็นการ์ดจอที่มีความแรงกว่าการ์ดจอที่ไม่มี XT ต่อท้าย
  • OC จะบอกว่าเป็นรุ่นที่ได้ Overclock เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมาจากโรงงานให้แล้ว

ตัวอย่าง

     RX 5700 XT OC เป็นการ์ดจอ Radeon RX รุ่นซีรีย์ 5 ความเร็วระดับ 7 ไม่มีการแบ่งระดับย่อย แรงกว่าตัวปกติด้วยอักษร XT และได้ผ่านการ Overclock จากโรงงานมาให้แล้ว


4. RAM และ ROM

     RAM ย่อมาจาก  Random Access Memory เป็นหน่วยเก็บข้อมูลหลักชั่วคราวเป็นเหมือนที่พักข้อมูลแล้วส่งผ่านข้อมูลให้ CPU ให้เครื่องสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วขึ้น ยิ่ง RAM เยอะหลาย GB คอมพิวเตอร์ยิ่งทำงานไว้ขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่ที่ประสิทธิภาพการประมวลผลของ CPU อยู่ด้วย เพราะ RAM เป็นเพียงที่พักและส่งต่อข้อมูลคำสั่งต่าง ๆ เท่านั้น

     ROM ย่อมาจาก Read Only Memory มากับหน่วยเก็บข้อมูลอีกอย่างนึง แต่เป็นหน่วยเก็บข้อมูลถาวรเอาไว้เก็บข้อมูลของโปรแกรม แอปพลิเคชั่นต่าง ๆ รวมถึงไฟล์ต่าง ๆ ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ชนิดหลัก ๆ คือ HDD และ SSD ซึ่งความแตกต่างอยู่ที่ความเร็วและความคงทนซึ่ง HDD จะช้ากว่า SSD แต่มีความคงทนมากกว่า และ HDD จะสามารถกู้คืนไฟล์เมื่อตัว HDD เสียได้ SSD ส่วนใหญ่จะนิยมนำมาเก็บตัวระบบปฏิบัติการ และโปรแกรมที่ใช้บ่อยซึ่งจะทำให้เปิดคอมพิวเตอร์เร็วขึ้น และโปรแกรมสามารถทำงานได้เร็วขึ้น ส่วน HDD ปัจจุบันจะนิยมนำมาเก็บไฟล์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ไฟล์งาน, ไฟล์รูป เป็นต้น เนื่องจาก SSD มีราคาสูงกว่า HDD มาก ส่วนใหญ่จึงเลือกใช้ SSD ขนาด 240GB หรือ 480GB เพื่อนำมาใส่ระบบปฏบัติการกับโปรแกรมที่ใช้หลัก ๆ เพียงเท่านั้น


5. Power Supply 

     PSU หรือ Power Supply เป็นหลังจ่ายพลังงานหรือแหล่งจ่ายไฟฟ้าหลักของเครื่อง และยังเป็นหม้อแปลงไปในตัว การเลือก PSU นั้นควรคำนึงถึงจำนวนการใช้ไฟของเครื่องเลือกกำลังไฟให้เพียงพอ ซึ่งจะมีหน่วยเป็น Watt เพื่อที่อุปกรณ์ต่าง ๆ จะได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพหรือเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้นั่นเอง สามารถเผื่อกำลังไฟให้เกินการใช้งานได้เพราะ PSU จะจ่ายไฟแค่การใช้งานจริง ในการเผื่อกำลังไฟไว้มีผลดีในด้านการอัพเกรดอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีความแรงขึ้นก็จะใช้กำลังไฟมากขึ้นนั่นเอง ส่วน 80 PLUS ใน PSU นั่นจะเป็นการการันตีว่าสามารถแปลงไฟบ้านมาใช้งานได้ถึง 80% และกลายเป็นพลังงานความร้อนอีก 20%


6.หน้าจอ

     การเลือกจอเป็นการเลือกตามการใช้งานต่าง ๆ สำหรับเกมเมอร์ก็ต้องการ Refresh Rate สูง ๆ เพื่อภาพที่ลื่นไหล ก็คือ Refresh Rate สูง ๆ ก็จะสามารถแสดงผลภาพเคลื่อนไหวได้ต่อเนื่องแหละไหลลื่นกว่า สายทำงานกราฟฟิกหรือรูปภาพก็อาจจะต้องใช้จอประเภทที่สีของจอเที่ยงตรงที่สุด ซึ่งจอแต่ละประเภทจะมีข้อดีข้อเสียดังนี้

  • IPS - จะได้สีเที่ยงตรงสวยที่สุด แยกความต่างของสีได้ชัดเจน เหมาะแก่การทำงานกราฟฟิกและรูปภาพมาที่สุด ส่วนใหญ่มักจะนิยมจอประเภทนี้เพราะสีที่สวยถ้าเกมเมอร์ที่มีทุนเยอะก็จะใช้ IPS ที่มี Resfresh Rate สูง ๆ ในการเล่นเกม
  • TN - จอที่สีและภาพแย่ที่สุดแต่อัตรา Refresh Rate ที่สูงในราคาที่ไม่สูงมากจึงเหมาะแต่การเล่นเกมสำหรับเกมเมอร์ที่งบไม่สูงมากนัก
  • VA - จอที่สีและภาพอยู่ในระดับกลางมีคอนทราสต์ที่ดีที่สุด และมีสีดำที่ดำสนิท เหมาะแก่การนำมาดูหนังมากที่สุดไม่แนะนำมาเล่นเกมซักเท่าไร

     เป็นอย่างไรบ้างในการแนะนำวิธีการเลือกสเปคคอมพิวเตอร์ หวังว่าจะมีประโยชน์ต่อทุกคน ถ้าผมผิดพลาดในจุดไหนก็สามารถให้คำแนะนำได้นะครับ ซึ่งสามารถนำข้อแนะนำนี้ไปใช้ได้ในงาน Commart Thailand ในครั้งต่อไปที่จะจัดในวันที่ 23 - 25 กรกฎาคม 2563 ที่ ไบเทค บางนา ส่วนรายละเอียดในงานครั้งหน้านั้นสามารถติดตามได้ที่ thailandexhibition.com เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์งานแสดงสินค้าอันดับหนึ่งในประเทศไทยได้เลยครับ

บทความโดย : whiteway

Information Partner
  • Ayutthaya city park
  • Bitec
  • Central World
  • Fortune Town
  • Future Park
  • Future Park
  • JJ Mall
  • ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น
  • Paragon Hall
  • Tceb
  • Qsncc
  • Seacon Bangkae
  • Seacon Square
  • TCEB
  • TEA
  • THE BERKELEY HOTEL PRATUNAM
  • The Mall
  • The hub @zeer
  • Zeer Rangsit