บทความน่าสนใจ
รวมบทความ จาก Admin

เทคนิคการเลือก Smart Phone

บทความโดย : whiteway
เปิดอ่าน : 171

เทคนิคการเลือก Smart Phone

   อยู่บ้านเหงา ๆ โทรศัพท์มือถือก็ไม่มีวางจำหน่ายตามห้างจะซื้อออนไลน์ก็ไม่ไว้ใจ อดใจรอมีงานแสดงสินค้าที่นำโทรศัพท์มือถือมาขายมาเซลล์ ซึ่ง Thailand Mobile Expo 2020 ณ ตอนนี้มีกำหนดจัดในวันที่ 4 - 7 มิถุนายน 2563 ถ้าเหตุการณ์โรคระบาดปกติ

     แล้วจะซื้อ Smart Phone จะต้องพิจารณาอะไรบ้างหละ สำหรับบางคนที่ไม่รู้อาจจะได้มือถือที่ไม่คุ้มราคาหรือตรงกับการใช้งาน ผมจึงนำข้อมูลมาเล่าต่อว่าการดูโทรศัพท์มือถือนั้นต้องดูสเปคอย่างไรบ้าง


1.OS

     OS หรือ ระบบปฏิบัติการ ซึ่งระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกันก็จะส่งผลต่อ แอปพลิเคชั่นที่มี ความลื่นไหลของโทรศัพท์ ความปลอดภัยในเครื่อง และเรื่องของการปรับแต่งเครื่อง ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ระบบปฏิบัติการใหญ่ ๆ ดังนี้

  • iOS เป็นระบบที่อยู่ในมือถือ iPhone ซึ่งเป็นระบบเฉพาะที่ทางบริษัท Apple สร้างขึ้นมาเพื่อ iPhone โดยเฉพาะ ทำให้ iPhone นั้นสามารถรีดประสิทธิภาพได้เต็มที่
  • Andriod ระบบปฏิบัติการที่พัฒนาโดย Google ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อย คือ
    - Pure Andriod หรือ Andriod ที่ไม่ถูกค่ายต่าง ๆ Custom โดยจะเป็นมือถือที่กำหนดสเปคโดย Google โดยจะอยู่ในโครงการ Andriod One และ Andriod Go ข้อดีคือเราจะได้รับการอัพเดทขั้นต่ำ 2 ปี ตามสัญญาของ Google และสามารถ Custom มือถือเองในรูปแบบที่เราอยากให้เป็นได้ ข้อเสียคือ แอปพลิเคชั่นจะเป็นแอปพลิเคชั่นที่เป็นพื้นฐานมาก ๆ อาจจะไม่เหมาะกับคนที่ต้องการใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องทำอะไรมาก
    - Andriod ที่ถูก Custom โดยค่ายต่าง ๆ ข้อดีคือ ใช้งานได้เลยมีแอปพื้นฐานอย่างกล้องที่มีคุณภาพสูงสุดของแต่ละค่าย หรือ มีแอปอื่น ๆ ที่ติดเครื่องที่มีคุณภาพ ไม่ต้อง Custom เอง ข้อเสีย ได้รับการอัพเดทช้าตามแต่ละค่าย และ ระยะเวลาที่จะได้รับการอัพเดทสั้นยาวขึ้นอยู่กับค่ายนั้น ๆ

     OS ของแต่ละค่ายก็จะมีระบบช่วยเหลือที่แตกต่างกันก็คือ Siri และ Google Assistant ซึ่งคุณภาพทางด้าน Siri ของ iOS นั้นดีกว่านิดหน่อย


2. CPU

     ชิปประมวลผลของมือถือ ซึ่งเป็นตัวหลักที่ส่งผลต่อความเร็วของมือถือ เพราะเป็นตัวประมวลผลกลางที่มีหน้าที่ในการคิดคำนวณ ประมวลผล และควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งความเร็วจะมีหน่วยเป็น GHz ยิ่งตัวเลขสูงยิ่งแรง ซึ่งตอนนี้ความแรงสูงสุดอยู่ที่ 2.90 GHz และมีเรื่องจำนวน Cores หรือจำนวนแกนของ CPU ซึ่งเหมือนจำนวนสมองของ CPU

     สำหรับสายเล่นเกมอาจจะต้องดูในเรื่องของ GPU ที่มากับ CPU ด้วยเพราะ GPU ของโทรศัพท์มือถือจะมาพร้อมกับ CPU ซึ่งเจ้า GPU จะเป็นตัวประมวลผลกราฟฟิกจะเล่นเกมภาพสวย ๆ ลื่นไหลหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับ GPU ซึ่ง GPU ที่ดีที่สุดคือ Adreno ซึ่งอยู่ใน CPU ของค่าย Qualcomm ส่วนของค่ายอื่นส่วนมากจะเป็น Mali ซึ่งประสิทธิภาพยังสู้ Adreno ไม่ได้ ถ้าจะซื้อมาเล่นเกมอาจจะต้องดูมือถือที่ใช้ CPU ของ Qualcomm ครับ


3. RAM และ ROM

     RAM ย่อมาจาก  Random Access Memory เป็นหน่วยเก็บข้อมูลหลักชั่วคราวเป็นเหมือนที่พักข้อมูลแล้วส่งผ่านข้อมูลให้ CPU ให้เครื่องสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วขึ้น ยิ่ง RAM เยอะหลาย GB เครื่องยิ่งทำงานไว้ขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่ที่ประสิทธิภาพการประมวลผลของ CPU อยู่ด้วยนะครับ เพราะ RAM เป็นเพียงที่พักและส่งต่อข้อมูลคำสั่งต่าง ๆ เท่านั้นครับ

     ROM ย่อมาจาก Read Only Memory มากับหน่วยเก็บข้อมูลอีกอย่างนึง แต่เป็นหน่วยเก็บข้อมูลถาวรเอาไว้เก็บข้อมูลของโปรแกรม แอปพลิเคชั่นต่าง ๆ รวมถึงไฟล์ต่าง ๆ ภายในเครื่อง ยิ่งเยอะเราก็จะสามารถเก็บไฟล์ลงแอปพลิเคชั่นได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งความจุที่นิยมในปัจจุบันก็จะมี 32GB 64GB 128GB 256GB ครับ


4. กล้อง

     มาถึงชิ้นส่วนที่หลาย ๆ คนใช้พิจารณาในการซื้อมือถือเป็นหลัก อย่างที่รู้กันดีว่ากล้องมือถือมีความสามารถในการถ่ายรูปได้ดีมากแถมสะดวกเพราะโทรศัพท์พกพาสะดวก การดูคุณภาพของกล้องจะแบ่งได้เป็น 2 ส่วนคือ

  1. ฮาร์ดแวร์ ก็คือเซ็นเซอร์ของกล้องว่ามีเซ็นเซอร์รับภาพที่ความละเอียดเท่าไหร่หน่วยเป็นล้านพิกเซลยิ่งเยอะภาพยิ่งคมชัด จำนวนของกล้องหลาย ๆ คนอาจจะงงว่าทำไมมือถือราคาสูง ๆ กล้องยิ่งเยอะ ผมจะอธิบายให้ฟังง่าย  ๆ คือ การที่มีกล้องขั้นต่ำ 3 กล้องนนั้น จะแบ่งเป็นกล้องระยะซูม (Tele) ระยะกว้าง (Wide) และกล้องขาวดำหรือกล้องที่กำหนดระยะมิติของภาพที่จะช่วยให้ภาพคมชัดขึ้นและมีความชัดใกล้ชัดไกลละเอียดยิ่งขึ้น
  2. ซอฟท์แวร์ จะขึ้นอยู่ที่แอปพลิเคชั่นที่แต่ละค่ายปรับแต่งมาว่ามีคุณภาพขนาดไหน และมี AI ที่ฉลาดหรือไม่ อย่างค่ายที่ผมจะยกตัวอย่างคือ Hua... จะมี AI ที่ฉลาดคอยวิเคราะห์รูปแล้วช่วยให้รูปออกมาคุณภาพดีที่สุดนั่นเอง และซอฟท์แวร์เองก็จะช่วยในเรื่องการซูมอีกด้วยเนื่องจากกล้องมือถือจะเป็นการซูมแบบดิจิทัลที่จะใช้โปรแกรมในการซูมมากกว่าใช้ฮาร์ดแวร์

5. ความละเอียดหน้าจอ

      ความละเอียดหน้าจอมีผลต่อความคมชัดและการแสดงสีของจอ ซึ่งจะมี 2 ประเภทที่นิยมใช้คือ LCD กับ OLED ซึ่ง ทั้ง 2  ประเภทมีคุณภาพที่ไม่แตกต่างกันมากซักเท่าไรครับ ซึ่ง LCD จะมีการตอบสนองที่ช้าที่อาจจะทำให้ภาพไม่ลื่นไหล แต่ได้สีที่สดใสสมจริง กับ OLED จะประหยัดไฟกว่าเพราะเป็นการแสดงภาพเฉพาะจุดมีสีดำที่ธรรมชาติกว่า แต่ทั้ง 2 ประเภทอาจจะอยู่ในโทรศัพท์ที่ราคาแตกต่างกันเน่องจากต้นทุนของจอนั่นเองครับ

     หลังจากดูประเภทของจอแล้วต่อไปคือความละเอียดครับ ผมจะขอข้ามการแสดงสี 24-bit เพราะโทรศัพท์ส่วนมากใช้การแสดงผลนี้ครับ ความละเอียดทุกท่านคงรู้จัก HD FULLHD 2K 4K ใช่ไหมครับ นั่นแหละครับคือความละเอียดของภาพวีดีโอถ้าวีดีโอนั่นมีความละเอียด 4K แต่จอเราแสดงผลได้แค่ FULLHD เราก็จะได้ดูภาพที่คุณภาพ FULLHD ครับ ความละเอียดของจอเลยเป็นเรื่องจำเป็นอีกเรื่องนึง ผมจะมาจำแนกความละเอียดให้นะดังนี้เลยนะครับ

  • 720p หรือ HD จำนวนพิกเซลหรือที่เรียกว่าขนาดความละเอียด 1,280 x 720 พิกเซล
  • 1080p หรือ FULLHD จำนวนพิกเซลหรือที่เรียกว่าขนาดความละเอียด 1,920 x 1,080 พิกเซล
  • 2K จำนวนพิกเซลหรือที่เรียกว่าขนาดความละเอียด 2,048 x ไม่ตายตัว พิกเซล
  • 4K จำนวนพิกเซลหรือที่เรียกว่าขนาดความละเอียด 3,840 x 2,160 พิกเซล

     ซึ่งความละเอียดหน้าจอมือถือที่สูงที่สุดนะตอนนี้คือ 3,200 x 1,440 พิกเซล ซึ่งยิ่งจอความละเอียดสูงยิ่งใช้แบตเตอรี่มากยิ่งขึ้น


6. WiFi และการรองรับอินเตอร์เน็ทมือถือ

     WiFi ของอินเทอร์เน็ทบ้านยุคนี้จะมีความถี่แบบ 2.4G กับ 5G ซึ่ง 2.4G นั้นสัญญาณจะไกลแต่ช้ากว่า 5 G ครับ ส่วนการรองรับอินเทอร์เน็ทมือถือนั้นส่วนมากก็จะตรงกับความถี่ของค่ายมือถือต่าง ๆ ครับ


7. ระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับ

     ระบบการปลอดภัยอาจจะปลดล็อคได้ด้วยรอยนิ้วมือ หรือ ใบหน้า หรือ วิธีแบบต่าง ๆ มือถือแต่ละรุ่นก็จะมีระบบเซ็นเซอร์เหล่านี้แตกต่างกันไป วิธีการดูคือเราสะดวกที่จะใช้แบบไหนมากกว่ากันก็เลือกแบบนั้นได้เลยครับ


8. กันน้ำและฝุ่น

     เราควรดูให้ดีว่าการกันน้ำของมือถือนั้นเป็นการกันน้ำที่ความลึกเท่าไรคือน้ำที่มีความดันเทียบกับความลึกเท่านั้น กันได้ชั่วคราวหรือสามารถแช่น้ำได้เลยควรดูให้ละเอียด สามารถกันฝุ่นที่มีความละเอียดขนาดไหนครับ


9. แบตเตอรี่

     แบตเตอรี่เป็นส่วนสำคัญของโทรศัพท์ถ้าไม่มีแบตเตอรี่ก็จะใช้งานไม่ได้ และยิ่งโทรศัพท์ยิ่งมีสเปคที่สูงการใช้แบตเตอรี่ก็ยิ่งมากขึ้น ดังนั้นขนาดความจุแบตเตอรี่ยิ่งเยอะยิ่งดีครับ และดูการชาร์จปัจจุบันการชาร์จแบตโทรศัพท์จะใช้เป็นหัว USB-C เพื่อการชาร์จที่รวดเร็ว และรองรับการชาร์จแบบไร้สายในรุ่นที่ราคาสูงด้วยครับ


     เป็นอย่างไรบ้างกับการแนะนำการดูสเปคมือถือ หวังว่าทุก ๆ ท่านจะได้ซื้อมือถือที่มีคุณภาพในงาน Thailand Mobile Expo ครั้งต่อ ๆ ไปได้อย่างคุ้มค่ากับการใช้งานของเรานะครับ

บทความโดย : whiteway

Information Partner
  • Ayutthaya city park
  • Bitec
  • Central World
  • Fortune Town
  • Future Park
  • Future Park
  • JJ Mall
  • ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น
  • Paragon Hall
  • Tceb
  • Qsncc
  • Seacon Bangkae
  • Seacon Square
  • TCEB
  • TEA
  • THE BERKELEY HOTEL PRATUNAM
  • The Mall
  • The hub @zeer
  • Zeer Rangsit