บทความน่าสนใจ
รวมบทความ จาก Admin

ห้าม...พลาด 9 ไอเทมเด็ด ตัวช่วยสำหรับคุณแม่มือใหม่

บทความโดย : Sirinda
เปิดอ่าน : 519

ห้าม...พลาด 9 ไอเทมเด็ด

ตัวช่วยสำหรับคุณแม่มือใหม่

​…

     เด็กทุกคนต้องการความรัก การเอาใจใส่ และการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เสมอ เด็กแต่ละวัยมีวิธีการสื่อสารที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะเด็กแรกเกิดที่คุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลเขาเป็นพิเศษ เพราะ เป็นวัยที่ต้องปรับตัวและคุ้นเคยกับโลกใบใหม่ และเป็นเวลาสำคัญในการความคุ้นชิน และความสัมพันธ์ระหว่างคุณแม่และคุณลูกอีกด้วย วันนี้ทาง ThailandExhibition เลยยก 9 ไอเทมตัวช่วยในการเลี้ยงดูลูกน้อย อาจเป็นประโยชน์สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ช่วยลดเวลาเหนื่อย เพิ่มเวลาพักผ่อนให้คุณพ่อคุณแม่มากขึ้นได้

  • พัฒนาการของลูกในวัยเด็กแรกเกิด

     เด็กทารกวัยแรกเกิดถึงเดือนแรกหลังคลอด มีส่วนสูงประมาณ 46 - 50 ซม. น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 2.7 - 3.3 กก. เด็กวัยนี้ต้องการเวลานอนหลับประมาณ 17 - 18 ชั่วโมงต่อวัน เป็นการนอนหลับที่เพียงพอในการเจริญเติบโตในวัยนี้ วิธีสื่อสารหลักของเด็กในวัยนี้คือ การร้องไห้ สามารถได้ยินเสียงรอบตัวได้เป็นอย่างดีตั้งแต่เดือนที่ 7 ขณะอยู่ในครรภ์ ทารกแรกเกิด - 30 วัน สามารถมองเห็นได้ลาง ๆ ไม่ชัดนักในระยะ 8 - 10 นิ้วเท่านั้น ทารกวัยแรกเกิดมีความไวต่อสัมผัสทางกายมาก โดยเฉพาะอ้อมกอดและการสัมผัสของแม่เป็นตัวกระตุ้นในทารกรับรู้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ มากขึ้น

     การนวดสัมผัสก็เป็นอีกทางที่การสร้างสัมพันธ์ทางใจระหว่างคุณกับลูก และช่วยให้ลูกน้อยผ่อนคลาย การได้กลิ่นจะทำให้ทารกปรับตัวกับโลกภายนอกได้มากขึ้น ทารกแรกเกิดสามารถแยกความแตกต่างของกลิ่นได้ การกินที่เหมาะที่สุดสำหรับวัยนี้ นมแม่ ที่ให้ทั้งพลังงาน โปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันธรรมชาติ เด็กจะดูดนมประมาณ 8 ครั้งต่อวัน ประมาณ 10 - 15 นาที

     การขับถ่ายหากลูกกินนมแม่จะถ่ายบ่อย ช่วงเดือนแรกปัสสาวะ 10-15 ครั้ง/วัน อุจจาระ 10 ครั้ง/วัน หากสังเกตว่าลูกไม่ถ่ายภายใน 24 ชั่วโมงแล้วให้รีบปรึกษาแพทย์ นอกจากการเจริญเติบโตแล้ว พ่อแม่ควรสังเกตปัญหาสุภาพของเด็กทารกด้วย เพราะลูกไม่สามารถบอกเราเป็นคำพูดได้ หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์ทันที

1. ผ้าอ้อม

     ‘ผ้าอ้อม’ สิ่งสำคัญที่ควรเตรียมตั้งแต่ก่อนคลอด สิ่งที่จำเป็นในการห่อลูกเพื่อสร้างความอบอุ่น และความสะดวกสบายเวลาที่ลูกขับถ่าย ผ้าอ้อมมี 2 แบบ 1.แบบผ้าใช้แล้วซัก ควรทำจากวัสดุจากผ้าฝ้าย ผ้าสำลี ผ้าสาลู สวมใส่สบาย ราคาประหยัด และลดการเป็นผื่นแพ้ แต่ข้อเสียอาจจะไม่เหมาะกับการออกไปข้างนอก 2. ผ้าอ้อมสำเร็จรูปแบบใช้แล้วทิ้ง สะดวกสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่พาลูกออกไปข้างนอก ไม่ยุ่งยากเวลาเปลี่ยน การเลือกผ้าอ้อมสำเร็จรูปควรมีขนาดที่เหมาะสมกับอายุและรูปร่าง วัสดุซึมซับได้ดี หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ระคายเคือง เช่น สี น้ำหอม กาว คุณพ่อคุณแม่ก็ควรมีติดบ้านไว้ทั้ง 2 แบบ แล้วเลือกตามความเหมาะสมกันนะคะ


2. เปลโยก หรือ เปลเพน

     ‘เปลโยก’ หรือ ‘เปลเพน’ ไอเทมที่เพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้นให้กับคุณพ่อคุณแม่ ไกวเปลอย่างนุ่มนวลเวลากล่อมลูกนอนก็ช่วยให้ลูกน้อยหลับสนิทและนอนได้นานหรือเวลาลูกร้องไห้งอแงก็สงบลงได้ เปลควรเลือกเบาะที่รองนุ่มสบาย ไม่ระคายเคือง หรือของเล่นโมบายก็ช่วยกล่อมลูกน้อยให้เพลิดเพลินมากขึ้น ขนาดเปลควรพอดีหรือใหญ่กว่าขนาดตัวเพื่อให้ลูกนอนหลับสบาย มีน้ำหนักเบาเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้าย ข้อสำคัญควรคำนึงถึงความปลอดภัยของอุปกรณ์และขณะใช้งาน

  • ข้อดีและข้อเสียของเปลโยก มีขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา จัดเก็บง่าย และปรับระดับได้ สามารถพกพาไปใช้ข้างนอกบ้านได้ ข้อเสีย มีขนาดที่พอดีกัยขนาดตัวสามารถใช้นั่งหรือนอนได้แต่ไม่เด็กไม่สารถเคลื่อนไหวอย่างอื่นบนเปลได้

  • ข้อดีและข้อเสียของเปลเพน เหมาะสำหรับเด็กวัย 6-7 เดือนที่กำลังเริ่มคลาน สามารถใช้งานได้ระยะยาว มีอิสระในการหัดคลานและหัดยืน มีคอกป้องกันอันตราย ข้อเสีย เปลืองพื้นที่ในบ้านเพราะมีขนาดที่ใหญ่และไม่ได้สามารถพกพาสะดวก พ่อแม่อาจจะต้องคอยระวังจากการปืนป่ายของลูกน้อย


3. จุกนมปลอม ยางกัด

     ‘จุกนมปลอม’ หรือ ‘ยางกัด’ จุกนมปลอมหรือจุกหลอก ควรเริ่มใช้ตอนลูกอายุ 4 สัปดาห์ขึ้นไป เพื่อให้ลูกคุ้นเคยกับการดูดนมจากอกก่อน หากจำเป็นต้องดูดขวดนมตั้งแต่แรกก็สามารถเริ่มใช้จุกหลอกได้ทันที จุกหลอกช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อภาวะการตายเฉียบพลันในทารก (SIDS) ได้ ช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกผ่อนคลาย หลับสบายไม่งอแง แต่อาจทำให้เด็กติดจุกหลอกและเลิกได้ยาก กินนมแม่ได้น้อยลง แต่ส่วนใหญ่มักเลิกใช้จุกหลอกในช่วงอายุ 2 - 4 ปี

     ยางกัด ของเล่นเสริมทักษะของลูก เหมาะสำหรับเด็ก 3 - 6 เดือน วัยที่ช่วงฟันน้ำนมเริ่มขึ้น ยางกัดเหมาะกับการใช้ฝึกกัดเคี้ยวและนวดเหงือก ทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายในช่วงที่ฟันกำลังจะขึ้นหรือมีอาการคันเหงือก ยางกัดควรเป็นแบบยางพาราหรือยางซิลิโคน 100% ที่ทนต่อแรงขบกัดและไม่ทำให้เจ็บเหงือก ทั้งจุกนมปลอม และยางกัด คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้เสร็จ

4. ขวดนม

     ‘ขวดนม’ ไอเทมสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ลูกอ่อนต้องมีไว้ติดบ้าน ในท้องตลาดมีขวดนมให้เลือกซื้อมากมาย แตกต่างกันไปตามขนาดและรูปทรง คุณแม่ต้องวางแผนให้ดีก่อนตัดสินใจเลือกซื้อขวดนมที่เหมาะสมสำหรับลูก

1.เลือกจากขวด การเลือกซื้อขวดนมควรมีน้ำหนักเบา ตกไม่แตก และควรสังเกตจากสัญลักษณ์ใต้ขวด มีเลข 5 ตรงกลางและรูปศรล้อมรอบ หมายถึง ขวดนมนี้ได้มาตรฐานผลิตจาก Polypropylene หรือ PP เป็นพลาสติกที่ปลอดภัย แต่ถ้าหากมีเลข 7 อยู่ตรงกลางและรูปศรล้อมรอบขวดนมเด็กประเภทนี้ไม่ควรซื้อมาใช้งาน เนื่องจากมีการปนเปื้อนจากสาร BPA ที่ไม่ปลอดภัยกับตัวเด็ก หรือสัญลักษณ์ BPA FREE หมายถึง ไม่มีสาร BPA ปนเปื้อน

  • ขวดนม PP ขวดนมเนื้อพลาสติกจะมีสีกึ่งโปร่งใสหรือขาวขุ่น ทนอุณหภูมิ -20 - 110 องศาเซลเซียส อายุใช้งานเฉลี่ย 6 เดือน
  • ขวดนม PES ขวดนมเนื้อพลาสติกออกสีน้ำผึ้งหรือสีชา ทนอุณหภูมิ -50 - 180 องศาเซลเซียส อายุใช้งานเฉลี่ย 6 เดือน - 1 ปี
  • ขวดนม PPSU ขวดนมสีน้ำตาลอ่อน ทนอุณหภูมิ -50 - 180 องศาเซลเซียส อายุใช้งานเฉลี่ย 8 เดือน - 2 ปี

2. เลือกจากจุกนม เลือกตามอายุของลูก ถ้ารูกว้างเกินไปอาจทำให้เด็กสำลักได้ เมื่อโตขึ้น ทานนมเยอะขึ้นค่อยเปลี่ยนไซส์ให้รูใหญ่ขึ้น เด็กแรกเกิด - 3 เดือนควรใช้ไซส์ S หรือ SS, เด็กอายุ 3 - 6 เดือนไซส์ M และไซส์ L สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไปจุกนมควรเปลี่ยนทุก 2 - 3 เดือน


5. เสื้อผ้า

     ‘เสื้อผ้า’ การเลือกซื้อเสื้อผ้าสำหรับเด็กวัยแรกเกิดสำคัญมาก เพราะเด็กในวัยนี้ยังภูมิคุ้มกันต่ำ ผิวบอบบางทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย เลือกเสื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยที่มาจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีที่ใช้ในการตกแต่งเนื้อผ้า เช่น ผ้าฝ้ายหรือผ้าป่านแท้ 100% เนื้อผ้าโปร่งสามารถระบายอากาศได้ดีเหมาะกับเด็กแรกเกิด ตะเข็บในนุ่มไม่เสียดสีผิวหนัง และควรเลือกเสื้อผ้าในเหมาะกับสภาพอากาศ หากอากาศร้อนควรเลือกเส้นใยฝ้ายธรรมชาติ 100% เพราะระบายอากาศและซึมซับเหงื่อได้ดี สภาพอากาศหนาว หรืออยู่ในห้องแอร์ ควรเลือกเสื้อผ้าที่หนานุ่มสบายผิว เสื้อแขนยาวกางเกงขายยาว และสวมใส่ถุงมือถุงเท้า คอยสังเกตเรื่องผดผื่นหรืออาการแพ้ระคายเคือง คุณพ่อคุณแม่อาจจะจับลูกน้อยแต่งตัวสดใสก็เพิ่มน่ารักเข้าไปอีก!


6. ของเล่นเสริมพัฒนาการ

     ‘ของเล่นเสริมพัฒนาการ’ เด็กแต่ละช่วงวัยมีพัฒนาที่แตกต่างกันไป ของเล่นจึงเป็นตัวกระตุ้นและเสริมสร้างพัฒนาการให้เหมาะสมกับวัยและความสนใจของเขา

  • เด็กวัย 1 - 2 เดือนแรก มองเห็นได้ในระยะแค่ 8 - 10 นิ้วเท่านั้น ของเล่นต้องมีสีสีนสดใสเพื่อดึงดูดสายตา หรือเคลื่อนไหวช้า ๆ มีเสียงดนตรี ก็ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านการมองเห็น การฟัง และจุดสนใจ
  • เด็กวัย 3 - 6 เดือน วัยนี้สามารถเคลื่อนไหวได้มากขึ้น มีพัฒนาการหลายอย่าง ฟันเริ่มขึ้น ควรเป็นของเล่นที่จับง่ายเหมาะมือ สามารถกัดได้ไม่เป็นอันตราย
  • เด็กวัย 7 - 9 เดือน วัยนี้เริ่มคลานคล่อง ของเล่นต้องเพิ่มลูกเล่นตามวัย เช่น ของเล่นที่กดแล้วมีเสียง หนังสือภาพสีสันสดใสก็ช่วยเสริมสร้างนิสัยรักการอ่าน
  • เด็กวัย 10 เดือน - 1 ปี เด็กวัยนี้เริ่มเรียนรู้รูปร่าง สี และการรู้จักกะปริมาณ จึงเป็นวัยที่ควรเลือกของเล่นที่เสริมพัฒนาการทางด้านสติปัญหาและร่างกาย เช่น บล็อกไม้ ตัวต่อ รถเข็น


7. ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ แชมพู และโลชั่น

     ‘ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ แชมพู และโลชั่น’ แม้เจ้าตัวน้อยจะไม่ได้ออกจากบ้านไปเจอสิ่งสกปรกเลย การอาบน้ำก็จำเป็นสำหรับลูก การใช้น้ำอาบน้ำอย่างเดียวอาจจะทำให้ผิวลูกน้อยกระด้าง เสียความชุ่มชื้นเพราะในน้ำมีคลอรีน การอาบน้ำด้วยแชมพูก็ช่วยทำความสะอาด บำรุงผิวและทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้ด้วย ดังนั้นการเลือกแชมพูหรือผลิตภัณฑ์อาบน้ำควรพิถีพิถันเพราะผิวลูกน้อยแรกเกิดละเอียดอ่อน บอบบาง หากสัมผัสกับสารเคมีตกค้างจากสบู่ แชมพู โลชั่น หรือน้ำยาซักผ้า ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง การใช้สบู่ แชมพูและโลชั่น ควรใช้ตอนอายุ 2 เดือนขึ้นไป

  • สบู่ เลือกสูตรสำหรับเด็กโดยเฉพาะ อ่อนโยนต่อผิวและดวงตาของลูกน้อย ผ่านการทดสอบไฮโปอัลเลอร์เจนิก ภายใต้การควบคุมของแพทย์ผิวหนัง หลีกเลี่ยงน้ำหอม สี และสารเคมีต่าง ๆ
  • แชมพูสะผม เลือกใช้แชมพูสูตรเด็ก หลีกเลี่ยงการใช้แชมพูที่มีสี น้ำหอมเจือปน สำหรับเด็กแรกเกิด 1-2 เดือนแรก อาจจะยังสระผมด้วยน้ำสะอาดไปก่อนเพื่อป้องกันการระคายเคือง
  • มอยซ์เจอไรเซอร์หรือโลชั่น เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวของเจ้าตัวน้อยที่ความชุ่มชื้นน้อยกว่าผู้ใหญ่ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสี ปราศจากน้ำหอม สารกันเสีย และแอลกอฮอล์ ยาฆ่าเชื้อหรือสเตียรอยด์ หากผิวของลูกน้อยไม่แห้งเป็นขุ่ยมากอาจจะเลือกเป็นโลชั่นสำหรับเด็กก็ได้ค่ะ คุณพ่อคุณแม่ควรทดสอบก่อนโดยทาครีมและโลชั่นที่บริเวณท้องแขนของลูกแล้วรอดู 2-3 วัน เพื่อดูว่ามีอาการแพ้หรือระคายเคืองหรือไม่
  • แป้งเด็ก ทางการแพทย์แนะนำว่า ไม่ควรใช้แป้งทุกชนิดให้แก่เทารก เพราะฝุ่นจากแป้งสามารถเข้าไปสะสมในทางเดินหายใจ และอาจทำให้ระคายเคืองผิวได้ หลีกเลี่ยงสำหรับเด็กต่ำกว่า 6 เดือน


8. เป้อุ้มเด็ก หรือรถเข็นเด็ก

     ‘เป้อุ้มเด็ก’ ไอเทมที่พาเจ้าตัวน้อยติดตัวไปกับเราได้ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยไม่ให้ลูกคลาดสายตา เป้อุ้มเด็กเพิ่มความสะดวกสบายในขณะที่พ่อแม่ก็สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ เป้อุ้มเด็กมีขนาด สีสัน ลวดลายให้เราเลือกมากมาย ไม่เมื่อยไหลหรือปวดหลังอีกแล้ว การใช้เป้อุ้มเด็กอายุระหว่าง 1-3 เดือน ควรหันหน้าลูกเข้าหาตัวเรา เพราะช่วงที่คอและหลังของลูกยังไม่แข็งแรงดีเพื่อเป็นการประคองศีรษะไว้ด้วย หากเด็กอายุ 4 เดือนขึ้นไป คอและหลังเริ่มแข็งแรงแล้วสามารถหันหน้าลูกออกข้างนอกได้เพื่อให้ลูกได้เห็นและเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ แต่ก็ควรระวังสิ่งของที่อยู่ข้างหน้าว่าจะเป็นอันตรายสำหรับลูกหรือไม่

     ‘รถเข็นเด็ก’ เหมาะสำหรับการให้ลูกนั่งชิล ๆ ไม่ต้องติดกับเราตลอด สะดวกสบายในการทำกิจกรรมนอกบ้านที่ใช้เวลานาน ๆ การแบกลูกอาจจะทำให้คุณเมื่อยล้าได้ รถเข็นเด็กก็เป็นตัวช่วยที่ดีอีกทางหนึ่งให้ลูกคุณพักผ่อนสบนเบาะที่สบายมากขึ้น ปัจจุบันนี้รถเข็นเด็กได้พัฒนาให้มีขนาดพกพาสะดวกสามารถแขวนของหรือใส่สัมภาระได้ด้วย แบบนี้สะดวกทั้งคุณพ่อคุณแม่ และปลอดภัยสำหรับคุณลูกแน่นอน!


9. เครื่องปั๊มนม ถุงเก็บน้ำนม

     ‘เครื่องปั๊มนม ถุงเก็บน้ำนม’ คุณแม่ทุกคนก็อยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก และสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเด็กแรกเกิดก็คือ น้ำนมแม่ คุณแม่สมัยใหม่อาจจะเลือกวิธีการปั๊มนมและเก็บรักษาน้ำนมเป็นสต็อคเพื่อไว้ให้ลูกน้อยได้กินตลอด

  • เครื่องปั๊มนม อุปกรณ์ติดตัวสำหรับคุณแม่เพิ่งคลอดใหม่ ที่สะดวก ประหยัดเวลา และให้คุณแม่หมดกังวลเรื่องนม นมแข็ง หรือปริมาณนมไม่เพียงพอ เครื่องปั๊มนมมีทั้งหมด 2 แบบ คือ
  1. เครื่องปั๊มธรรมดา ราคาถูกและมีขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับใช้เป็นครั้งคราว 1-2 ครั้ง/อาทิตย์ ปริมาณน้ำนมไม่มากเกิน
  2. เครื่องปั๊มไฟฟ้า ราคาค่อนข้างสูง แต่สามารถปั๊มนมได้เกลี้ยงเต้าอย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีน้ำนมเยอะ ประหยัดเวลา การปั๊มนมไฟฟ้าควรเริ่มต้นครั้งละ 3-5 นาที หากร่างกายปรับตัวได้ค่อยเพิ่มเวลาเป็นประมาณข้างละ 15 นาที แต่ไม่ควรนานกว่า 30 นาที
  • ถุงเก็บน้ำนม ควรเลือกถุงเก็บน้ำนมทีผ่านมาตรฐาน ฆ่าเชื้อแล้ว ถุงที่มีซิปล็อกแน่นหนา เก็บรักษาในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส และควรเขียนหน้าถุงให้ชัดเจน วันที่เก็บควรเลือกจากถุงที่ปั๊มไว้นานสุดออกมาใช้ก่อน หากต้องการใช้น้ำนมถุงที่แช่แข็งไว้ ควรให้ละลายโดยการแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาไว้ล่วงหน้า 1 คืน และน้ำนมที่ละลายน้ำแข็งแล้วไม่ควรนำน้ำนมนั้นไปแช่แข็งซ้ำอีกครั้ง


ยังมีอีกหลายรายการที่คุณพ่อคุณแม่ต้องซื้อเตรียมไว้ก่อนคลอดและหลังคลอด อาทิ ผ้ากันน้ำลาย ผ้าให้นมลูก ที่นอน ผ้าห่ม คาร์ซีท เป็นต้น แต่จะมีงานไหนที่จะมีครบทุกอย่างเพื่อคุณแม่-คุณลูกขนาดนี้ละ ? ทาง ThailandExhibition ขอแนะนำงาน

  • Amarin Baby & Kids Fair งานแฟร์แม่-ลูก ที่จัดขึ้นประจำที่ ไบเทค บางนา มากกว่า 1,000 บูธ ที่ขนกันมาลดสูงสุดถึง 80% พร้อมกิจกรรมเสริมสร้างพัฒนาของเด็ก ๆ อีกมากมาย เชื่อแอดมินอย่างเดียวไม่พอดูภาพบรรยากาศครั้งที่ผ่านมา และรีวิวของผู้ไปเดินงานจริงก่อน

  • Thailand Baby & Kids Best Buy มหกรรมช้อปเพื่อลูกต้องงานนี้เลย แอบกระซิบสินค้าเป็นล้านชิ้น ร้านค้ากว่า 1,200 บูธ จัดเต็มที่อิมแพค เมืองทองธานี ที่มาลดกันถึง 90% พร้อมกิจกรรมสำหรับน้อง ๆ หนู ๆ อีกมากมาย มางานเดียวครบคุ้ม ไม่เสียเที่ยวแน่นอน!


เหล่าคุณแม่อย่าลืม ! ติดตาม ThailandExhibition จะได้ไม่พลาดงานแฟร์แม่และลูก www.thailandexhibition.com / Facebook : ThailandExhibition / twitter : ThailandExhibition / IG : thailandexhibition เที่ยวไป กินไป กับไทยแลนด์ฯ *บทความข้างต้นเป็นคำแนะนำจากแอดมิน โปรดศึกษาเพิ่มเติมก่อนเลือกซื้อสินค้าให้ลูกน้อย อย่าลืมดูวันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุกันด้วยนะคะ

 

บทความโดย : Sirinda

Information Partner
  • Ayutthaya city park
  • Bitec
  • Central World
  • Fortune Town
  • Future Park
  • Future Park
  • JJ Mall
  • ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น
  • Paragon Hall
  • Tceb
  • Qsncc
  • Seacon Bangkae
  • Seacon Square
  • TCEB
  • TEA
  • THE BERKELEY HOTEL PRATUNAM
  • The Mall
  • The hub @zeer
  • Zeer Rangsit