บทความน่าสนใจ
รวมบทความ จาก Admin

Special !!! WALK ON AIR - PALITS PHOTO EXHIBITION

บทความโดย : SalimZA
เปิดอ่าน : 9,160

วันนี้ทางเว็บไซต์ ThailandExhibition ได้มีโอกาสนำบทความที่มาจากความรักของคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ได้ถูกกล่าวถึงค่อนข้างมาก มานำเสนอในแง่มุมที่คนภายนอกอาจจะมองไม่เห็น หรือไม่มีวันได้รู้ ให้ได้เข้าใจถึงความรัก และความผูกพัน ระหว่างกลุ่มแฟนคลับ ซึ่งคนที่พวกเขารักจะเรียกว่า นุช นุชes นุชา นุชนก หรืออีกหลายๆ ชื่อแล้วแต่โอกาส และความขี้เล่นของศิลปินที่ชื่อ เป๊ก ผลิตโชค ซึ่งมีความหมายโดยรวมว่า “หญิงอันเป็นที่รัก” 


          Walk On Air With Palit เป็นหนึ่งในหลายๆ โปรเจคของนุชes ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมา นอกเหนือจาก จอ LED ขนาดใหญ่ใจกลางกรุง และรถไฟฟ้าใต้ดินที่ถูกสื่อต่างๆ กล่าวถึงไปแล้ว และยังมีการร่วมทำความดีในนามของ PFC มากมายที่คนภายนอกอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน ทั้งช่วยน้ำท่วม บริจาคโลหิต เก็บขยะ ดนตรีเปิดหมวกหาเงินบริจาค และอีกมากมาย ซึ่งหากอยากจะเข้าใจจริงๆ อาจจะต้องลงไปสัมผัสด้วยตัวเอง  

          แต่วันนี้ แอดมินมีความภูมิใจที่จะนำเสนอโปรเจค  Walk On Air With Palit งานนิทรรศการภาพถ่ายของผู้ชายชื่อ "ผลิตโชค" ผ่านมุมมองของช่างภาพ 10 คน และช่างภาพจากภาพที่ได้รับการคัดเลือก 15 คน  ที่จะมีขึ้นในวันที่ 7-15 สิงหาคม 2560 (ขยายเวลา) @ ชั้น 3 โซนArt Gallery SHOW DC ที่กำลังจะมาถึง ว่าอะไรคือแรงบันดาลใจให้เกิดงานนี้ขึ้นมาได้ บทความพิเศษนี้ แอดมินจะลงทั้งหมด โดยไม่มีการตัดทอน หรือเติมแต่ง เพื่อให้ทุกคนที่มีความรักร่วมกัน ได้ซึมซับอย่างเต็มที่นะคะ

 
นิทรรศการแสดงภาพถ่าย Walk On Air With Palit
 
มีผู้ชายคนหนึ่งที่สามารถบันดาลความสุขแก่คนรอบข้างได้มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ 
สุข ชนิดที่ทุกความรู้สึกท่วมเอ่อจนล้นอก 
สุข ราวกับได้เดินลอยล่องบนอากาศ 
สุข จนอยากนำเรื่องราวความประทับใจเหล่านั้นมาเรียงร้อย  
เป๊ก ผลิตโชค อายนบุตร… ผู้ชายคนนี้เองที่ทำให้โปรเจกต์ Walk on Air with Palit ได้ถือกำเนิดขึ้น
 
        วินาทีนี้เชื่อว่าใครหลายคนจะต้องรู้จัก "เป๊ก ผลิตโชค" กับบทบาทล่าสุด "หน้ากากจิงโจ้" จากรายการโทรทัศน์ชื่อดัง "The Mask Singer หน้ากากนักร้อง" ที่ส่งผลให้เขา กลับมาเป็นที่รู้จักในวงกว้างอีกครั้ง หลังจากโลดแล่นในวงการบันเทิงมากว่าสิบปี
 
          แต่เมื่อมองย้อนกลับไป เส้นทางในวงการบันเทิงของเขากลับไม่ราบรื่นนัก ทั้งๆ ที่เขาเป็นศิลปินที่มีความสามารถ ทั้งการเป็นพิธีกร การพากย์เสียงตัวละคร รวมไปถึงการร้องเพลง แต่กระแสข่าวด้านรูปร่างหน้าตากลับกลายเป็นประเด็นหลักที่หลายคนให้ความสนใจ ทำให้เส้นทางนั้นเริ่มเลือนรางลงอย่างช้าๆ นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจที่จะหันหลังให้วงการบันเทิงเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่ก่อนที่เส้นทางการเป็นศิลปินจะสิ้นสุดลง เป๊ก ผลิตโชคก็ได้รับโอกาสในชีวิตอีกครั้ง… ในฐานะของ “หน้ากากจิงโจ้”
 
 
          จากปรากฎการณ์หลังการเปิดเผยใบหน้าภายใต้หน้ากากจิงโจ้ หลายๆ คนคงได้เห็น เป๊ก ผลิตโชค ในอีกแง่มุมที่แตกต่างจากอดีต เป็นนักร้องขวัญใจมหาชน เจ้าของฉายา 'ผลิตห้างแตก' รวมถึงความน่ารัก ความเอาใจใส่ และเป็นกันเองที่เจ้าตัวได้มอบให้กับแฟนคลับ แต่กว่าที่เขาจะมาถึงทุกวันนี้ ก็ต้องแลกมาด้วยอะไรหลายอย่างที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง
 
          และหากคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยได้ยินชื่อ เป๊ก ผลิตโชค และเกิดคำถามว่า 'ทำไม จากคนที่ถูกมองด้วยอคติจึงกลับมามีคนรัก และชื่นชมอย่างมากมาย' หรือ 'กว่าจะประสบความสำเร็จ เขาผ่านอะไรมาบ้าง'  นิทรรศการภาพถ่าย Walk on air with Palit อาจให้คำตอบนั้นกับคุณได้
 
          นิทรรศการภาพถ่าย Walk on Air with Palit นำเสนอ 'ความสุข' ที่เป๊ก ผลิตโชค อายนบุตร ได้มอบให้กับผู้คนที่รายล้อม ด้วยภาพถ่ายกว่า 70 ภาพ จากช่างภาพกว่า 30 ชีวิต ที่ถ่ายทอดผ่านรอยยิ้ม หยาดน้ำตา การเอาใจใส่ ความผูกพัน และพลังความรักที่ส่งให้กัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็อาจจะเป็นคำตอบได้ว่า... ทำไม ‘เป๊ก ผลิตโชค’ ถึงได้รับความรักมากมายในวันนี้
 
          จุดเริ่มต้นของ Walk On Air With Palit เกิดขึ้นจาก PFC (Peck FC) กลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า ‘บ้านฟองไม่ฟอง’ ซึ่งเป็นบ้านแฟนไซต์ที่จะคอยถ่ายรูปศิลปินที่พวกเธอรักตามงานต่างๆ การถ่ายรูปจึงเป็นสิ่งที่บ้านฟองถนัดมากที่สุด และเมื่อพวกเธออยากที่จะใช้ความถนัดนี้เพื่อบอกรัก ‘พี่เป๊ก’ ในวันเกิดของเขา นิทรรศการจัดแสดงภาพถ่ายจึงเป็นสิ่งแรกที่บ้านฟองนึกถึง
 
          จากไอเดียเล็กๆ ที่คิดจะจัดแสดงแค่ภาพที่ถ่ายเองเพียงไม่กี่ภาพในแกลลอรี่เล็กๆ สักแห่งในกรุงเทพมหานคร กลับกลายเป็นงานที่มีขอบเขตกว้างขึ้นเมื่อคอนเส็ปต์ของงานคือ “ความสุขระหว่าง PFC และ เป๊ก ผลิตโชค” เพราะเมื่อขึ้นชื่อว่า “PFC” นั้น มันย่อมไม่ได้หมายถึงแฟนคลับแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอีกต่อไป
 
       นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้บ้านฟองไม่ฟองเริ่มติดต่อกับช่างภาพจาก PFC หลายๆ กลุ่ม เพื่อจีบให้นุชes และ นุชาเหล่านั้นมาเข้าร่วมโปรเจกต์ในครั้งนี้ด้วยกัน รวมถึงการเปิดรับคัดเลือกภาพถ่ายจาก PFC ทั่วประเทศเพื่อให้ได้ภาพที่หลากหลายมากขึ้น และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้โปรเจกต์เล็กๆ ของบ้านแฟนคลับหลังเล็กๆ กลับกลายเป็นโปรเจกต์ที่ได้รับแรงสนับสนุนจาก PFC ทั่วประเทศ
 
          แรงสนับสนุนในหลายๆ รูปแบบหลั่งไหลมาจาก PFC ทุกสารทิศ ทั้งการช่วยประชาสัมพันธ์ การส่งของน่ารักๆ เพื่อรวบรวมเป็นของขวัญที่จะแจกในงาน รวมไปถึงการช่วยหาสถานที่สำหรับใช้ในการจัดงาน หลังจากที่มีเหตุให้บ้านฟองต้องอกหักจากแกลลอรี่แห่งหนึ่งที่พวกเธอได้ตกลงเช่าเอาไว้ในตอนแรก และด้วยความช่วยเหล่านั้นจึงทำให้บ้านฟองได้รับโอกาสครั้งที่สองในสถานที่แห่งใหม่ จากผู้ใหญ่ใจดีที่เอื้อเฟื้อให้กับพวกเธอ ซึ่งก็คือ Show DC นั่นเอง
 
         เมื่อมองย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของงานนิทรรศการนี้ หัวใจสำคัญก็คงจะหนีไม่พ้นการถ่ายภาพ ซึ่งมันก็ทำให้นึกถึงคำถามที่ว่า อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้คนกลุ่มนี้อยากถ่ายภาพของผู้ชายที่ชื่อผลิตโชค? และทำไมถึงได้เลือกที่จะถ่ายทอดมันออกมาในมุมมองแบบนั้น?
 
          และนี่ก็คือคำตอบจากช่างภาพทั้ง 11 คนที่ถูกจีบมาเข้าร่วมในงานนี้
 
 
@fongmyfong
 
อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากถ่ายภาพของผู้ชายที่ชื่อผลิตโชค?
 
          “ถ้าหากลดกล้องลงแล้วเก็บภาพด้วยสายตาหรือหัวใจ จริงอยู่ที่ภาพนั้นมันจะตรึงอยู่ในความทรงจำได้มากกว่า แต่เมื่อเวลาผ่านไปรายละเอียดของภาพนั้นก็คงจะเลือนรางและมีสีที่ซีดจางตามไปด้วย พวกเราเลยเลือกที่จะเก็บมันเอาไว้ด้วยเลนส์และกล้องถ่ายภาพแทน เพราะอย่างน้อยภาพเหล่านั้นก็จะช่วยย้ำเตือนความทรงจำให้เด่นชัดได้ในทุกครั้งที่เรามองมัน และเราก็อยากให้ภาพเหล่านี้เป็นสิ่งที่บอกกับทุกคนว่า ครั้งหนึ่ง เรามีความสุขที่ได้รักผู้ชายที่ชื่อผลิตโชคมากแค่ไหนค่ะ”
 
ช่างภาพทุกคนล้วนมีสไตล์และอารมณ์ภาพเป็นของตัวเอง คุณคิดว่าอารมณ์ในรูปที่คุณถ่ายเป็นแบบไหน และทำไมถึงสื่อออกมาในรูปแบบนั้น?
 
          “ถ้าพูดถึงภาพ เป๊ก ผลิตโชค จากบ้านฟองไม่ฟอง PFC หลายคนก็คงจะนึกถึงภาพที่ถ่ายร่างกายศิลปินแยกเป็นส่วนๆ  ทั้งมือ ข้อเท้า คอ ริมฝีปาก ไปจนถึงหน้าอก รวมออกมาเป็นศัพท์ที่ใช้กันในหมู่นุชes ว่า “ความบาป” ค่ะ ฮาา ก็เป็นการถ่ายภาพที่สนองความฟิน ความหวีดของเหล่านุชๆ ล้วนๆ เลยก็ว่าได้ค่ะ แต่นอกจากภาพในสไลต์นั้นแล้ว อีกสไตล์หนึ่งที่ค่อนข้างชัดเจนของบ้านฟองก็คือการเล่าเรื่องราว ณ ขณะที่กดชัดเตอร์จากมุมมองของคนถ่ายภาพ ซึ่งไม่ได้แค่เล่าถึง เป๊ก ผลิตโชค แต่มันยังเล่าถึงคนรอบข้างในภาพนั้นด้วย ซึ่งเราชอบที่จะถ่ายภาพแบบนั้น เพราะทุกครั้งที่กลับมาดู มันก็สามารถเรียกความรู้สึกในวันที่กดชัตเตอร์ให้กลับมาหาเราได้อีกครั้งค่ะ”
 
@Tpoojenapan
 
อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากถ่ายภาพของผู้ชายที่ชื่อผลิตโชค?
 
          “แรงบันดาลใจมาจากการที่ผมอยากได้เลนส์ 70-200mm มากๆ และภรรยาก็เลยตัดสินใจจะซื้อเลนส์ให้ผม แต่มีข้อแม้ว่าผมต้องไปถ่ายเฮียผลิตตามที่ภรรยาเรียกร้อง ครั้งแรกที่ไปถ่าย ผมก็ยังไม่รู้จักตัวตนของผู้ชายคนนี้ละเอียดมากนั๊ก แต่ก็เริ่มซึมซับความน่ารัก นิสัยดี การอ่อนน้อมถ่อมตน จิตใจดี ความเป็นห่วงเป็นใย และความรักของเฮียผลิตที่มีต่อ PFC ซึ่งผมไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนว่า ศิลปินคนไหนจะมีความผูกพันและดูแล FC ของตนเองได้มากเท่าเฮียผลิตเลย จากข่าวสารและข้อมูลต่างๆทำให้ผมชื่นชอบและรักความเป็นตัวของตัวเองของเฮียผลิตด้วยความจริงใจ และเข้าไปอยู่ในใจผมตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมเองก็ยังตอบไม่ได้เลย...”
 
ช่างภาพทุกคนล้วนมีสไตล์และอารมณ์ภาพเป็นของตัวเอง คุณคิดว่าอารมณ์ในรูปที่คุณถ่ายเป็นแบบไหน และทำไมถึงสื่อออกมาในรูปแบบนั้น?
 
      “ขอบอกก่อนว่า ตัวผมเองยังแอบชื่นชอบภาพถ่ายของทุกๆ ท่านมากๆ แต่ละคนจะมีสไตล์ของตัวเองอย่างชัดเจน ส่วนตัวผมเองตั้งแต่ถ่ายรูปมา ผมก็ฝึกถ่ายภาพมาหลายแนว เช่น landscape, street, portrait, macro, etc. เลยนำเอาประสบการณ์ตรงนั้นมาหาแนวทางที่ทำให้ภายถ่ายออกมาเป็นสไตล์ของตัวผมเองมากที่สุด ซึ่งผมอยากให้ภาพเฮียผลิตส่วนใหญ่ สื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ผลิต กับ PFC ให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะทำให้ภาพถ่ายไม่ได้มีแค่ตัวเฮียผลิตเอง แต่อยากให้ PFC รู้สึกว่าตัวเองอยู่ในภาพกับเฮียผลิตด้วย ซึ่งเป็นภาพถ่ายที่บอกถึง "ความผูกพัน" ระหว่าง Palit & PFC ครับ”
 
@drug_na_palit 
 
อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากถ่ายภาพของผู้ชายที่ชื่อผลิตโชค?
 
          “โดยปกติเราก็เป็นคนชอบถ่ายรูป แต่เราก็ถ่ายธรรมดาทั่วไป ไม่ได้เรียน ได้ศึกษาอะไรการถ่ายรูปเท่าไร แต่เรามีความคิดที่อยากถ่ายรูปเก่งๆ นั่นแหละ แต่แค่มันยังไม่มีอะไรมาดึงดูดอะไรมาก พอวันนึงได้มารู้จักพี่เขา เราก็มีความคิดแค่ว่า เออ เราอยากไปเจอพี่เขาสักครั้งนึง อยากเห็นตัวจริง ก็เลยได้ไปเจอครั้งแรกที่งานที่เซ็นลาดพร้าวค่ะ วันนั้นก็พกกล้องเล็กๆ ไปตัวนึง ถ่ายภาพออกมาแบบเราไม่โอเคเลย ตอนแรกคิดว่าจะแค่งานนั้นงานเดียว กลับกลายเป็นว่าหลังจากงานนั้นมีความคิดว่า ไม่อ่ะ เราอยากถ่ายพี่เขาให้ดีกว่านี้ อยากมีภาพดีดีของพี่เขาไว้
 
           หลังจากนั้นก็ไปหาซื้อกล้อง ไปเรียนกล้อง ศึกษาข้อมูลต่างๆ และไปตามงานพี่เขาที่เราสามารถไปได้ ถ่ายออกมาเราก็อยากแชร์ว่าเราไปงานนี้มานะ อยากเล่าโมเม้นท์ กลับกลายเป็นว่าภาพเราก็ค่อยๆ พัฒนาขึ้น (ในความคิดเรา) มีคนเริ่มชอบผลงาน เราก็ไม่คิดว่าจะมีคนชอบภาพเราเนอะ เพราะเราแค่คิดว่า เราอยากถ่ายรูปพี่ของเขาให้ออกมาสวยๆ ในมุมมองของเรา และเป็นความทรงจำดีๆ สำหรับเรา เรียกได้ว่าพี่เขาเป็นแรงบันดาลใจ ทำให้เรามีแรงฮึด ทำในสิ่งที่เราอยากจะทำอยู่ก่อนหน้านี้ แต่มันยังไม่มีแรงดึงดูดที่จะจริงจังกับสิ่งนั้น เพราะทุกครั้งที่ถ่ายรูปพี่เขามา แค่นั่งมองมันก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก แค่เห็นรอยยิ้มในภาพมันก็มีความสุขแล้ว เป็นแรงบันดาลใจที่ดึงเราให้ทำในสิ่งที่ฝัน (การถ่ายภาพ) ได้สำเร็จ ถึงแม้จะไม่ได้เก่งมากมาย แต่มันก็ไกลเกินที่เราคิดไว้มามาก และไม่คิดว่าจะได้เกียรติให้ถูกเลือกเป็นหนึ่งในโปรเจค Walk On Air Palit's Photo Exhibition ในครั้งนี้อีกด้วยค่ะ”
 
ช่างภาพทุกคนล้วนมีสไตล์และอารมณ์ภาพเป็นของตัวเอง คุณคิดว่าอารมณ์ในรูปที่คุณถ่ายเป็นแบบไหน และทำไมถึงสื่อออกมาในรูปแบบนั้น?
 
          “ความชอบส่วนตัวของเราในตัวของพี่เขา คือรอยยิ้ม กับสายตาอันอบอุ่นเวลาที่เขามองแฟนคลับ มันอบอุ่น แสดงถึงความดีใจที่พี่เขาเห็นแฟนคลับมาให้กำลังใจเขามากมายได้ขนาดนี้ ความดีใจ ตื้นเต้นภายใต้รอยยิ้มและดวงตาคู่นั้นค่ะ และอีกมุมมองนึงคือแสดงความเป็นผู้ชาย เท่ๆ แมนๆ เคร่งขรึม มุมมองบางมุมที่เราได้เคยเห็นบ้าง ไม่เคยเห็นบ้าง (ความชอบส่วนตัว) พูดภาษาติ่งๆ "เห็นแล้วมันกร๊าวใจนุช" มันคือความชอบส่วนตัวจริงๆ ค่ะ  และอีกมุมนึงคือความสดใส มุมเด็กน้อยของพี่เขา เห็นแล้วมันน่ารัก น่าเอ็นดู จริงๆ ก็ชอบทุกอารมณ์ของพี่เขานะ มันก็แตกต่างกันไปเวลาเรามองภาพนั้นๆ”
 
 
@Lorm_Tai_Peak 
 
อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากถ่ายภาพของผู้ชายที่ชื่อผลิตโชค?
 
          “ตอนแรกไม่คิดว่าจะมาจริงจังกับการถ่ายรูปเฮีย แต่ครั้งแรกที่ได้ไปถ่าย เรารู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ใส่ใจแฟนคลับมาก ทุกๆ ครั้งที่ได้ไปถ่ายเฮีย จะมีพลังบางอย่างอยู่ในตัวเรา ที่ได้รับทุกครั้งเมื่อเฮียมายืนอยู่หน้าเลนส์ ไม่ว่าจะใกล้หรือไกลแค่ไหน เราจะรับรู้ถึงพลังที่เฮียส่งมาให้ได้ และความรู้สึกเหล่านี้ มันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็น inner เฉพาะตัว ทำให้ถ่ายรูปเฮียออกมาอย่างมีความสุขทุกครั้งอย่างที่ทุกคนเห็นค่ะ :)”
 
ช่างภาพทุกคนล้วนมีสไตล์และอารมณ์ภาพเป็นของตัวเอง คุณคิดว่าอารมณ์ในรูปที่คุณถ่ายเป็นแบบไหน และทำไมถึงสื่อออกมาในรูปแบบนั้น?
 
          “ภายใต้รูเล็กๆ ที่มองผ่าน ในแต่ละงานมันมีทุกความรู้สึกที่ถูกถ่ายทอดสะท้อนกลับเข้ามาถึงเราอยู่เสมอ บางครั้งการมองผ่านรูเล็กๆ นั้นก็ทำให้มุมปากเรายกขึ้นเวลาเห็นคนตรงหน้าในกรอบเลนส์กำลังทำอะไรตลกๆ อยู่ บางครั้งน้ำตาก็ใหลเพราะความตื้นตันที่ได้เห็นความสำเร็จของคนๆ นี้ การถ่ายรูปเฮีย มีหลากหลายอารมณ์ ความรู้สึก ความคิดถึง ความห่วงใย จากรูเล็กๆ ที่มองลอดผ่านไป ไม่เพียงแต่เราที่รับรู้ความรู้สึกเหล่านั้นจากเฮีย แต่บางครั้งเรากลับคิดว่า ความรู้สึกของเราที่ยืนหลังกล้องนั้น ก็สามารถส่งผ่านไปให้เฮียและเฮียก็รับรู้มันได้เช่นกัน เพราะแบบนี้แหละ มันเลยทำให้เราสามารถถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านั้นออกมาผ่านรูปภาพแต่ละใบ และส่งต่อความรู้สึกดีๆ เหล่านี้ให้กับ PFC ที่กำลังดูรูปเราอยู่ ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนบนโลกใบนี้ก็ตาม :)”
 
@ZeroTan
 
อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากถ่ายภาพของผู้ชายที่ชื่อผลิตโชค?
 
          “ต้องออกตัวก่อนว่าไม่ใช่ตากล้องและไม่มีความรู้เรื่องกล้องเลยแม้แต่น้อย ทำด้วยใจรักล้วนๆ  มันเป็นความรู้สึกแบบไปตามและอยากเก็บโมเม้นท์ไว้ฟินตอนแก่ สัมผัสด้วยตามันก็ถูกเก็บที่สมอง แต่พอเราแก่กะอาจจะหลงลืม ว่าเคยรักผลิตโชคมากมายขนาดนี้ เลยมีความคิดว่าจะเอาภาพถ่ายมาช่วยเป็นสื่อกลางในการช่วยเตือนความทรงจำ ว่า ครั้งนึง เราเคยไปเจอผู้ชายคนนี้ และเราเคยติดตามผู้ชายคนนี้เป็นคนแรกในชีวิตเลยนะ”
 
ช่างภาพทุกคนล้วนมีสไตล์และอารมณ์ภาพเป็นของตัวเอง คุณคิดว่าอารมณ์ในรูปที่คุณถ่ายเป็นแบบไหน และทำไมถึงสื่อออกมาในรูปแบบนั้น?
 
          “อย่างที่บอกไปค่ะ ว่าเราไม่ได้เป็นตากล้องมืออาชีพ และไม่ได้ชื่นชอบการถ่ายรูปมากมายนัก ความรู้เรื่องกล้องเรื่องการถ่ายภาพแถบจะเป็นศูนย์ แต่ถ้าจะให้พูดถึงอารมณ์ของรูปที่ถ่ายออกมา ขอใช้คำว่า “อารมณ์ตามใจฉัน” นะคะ ฮาา เรียกแบบนี้น่าจะถูก เพราะกดชัตเตอร์เพื่อเก็บโมเม้นท์ความน่ารักของผลิตโชค ผ่านสายตาของคนที่รักเขา และอยากจะคอยซัพพอร์ตเขา เป็นการถ่ายภาพที่ใช้ความรุ้สึกรักที่มีนำทาง เห็นอะไรน่ารัก อะไรโดนใจ ก็ถ่ายเก็บไว้เป็นสิ่งเตือนความทรงจำของเรา ให้ภาพได้เล่าเรื่องราวในวันนั้นให้เราสัมผัสความสุขนั่นอีกครั้งในภายหลัง”
 
@impangzaa_p 
 
อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากถ่ายภาพของผู้ชายที่ชื่อผลิตโชค?
 
          “เพราะผลิตโชคเป็นผู้ชายที่มีสตอรี่ และเวลาผลิตโชคขึ้นโชว์ในแต่ละครั้งก็จะมีโมเม้นน่ารักๆ เสมอ ซึ่งต่อให้ขึ้นโชว์ติดกัน 5-7 วัน โมเม้นท์ที่สามารถเก็บบันทึกได้ก็แทบจะไม่ซ้ำกันเลย เพราะไม่ใช่แต่ผลิตโชคเท่านั้น แต่ยังมี PFC ที่ช่วยต่อยอดเรื่องราวและโมเม้นท์นั้นให้ดีเสมอ ส่วนตัวแล้วไม่ได้ตามงานเหมือนตากล้องหรือ PFC คนอื่น เพราะเป็นคนต่างจังหวัด แต่ถ้าหากมีโอกาสที่จะได้ไปถ่ายรูปและเก็บรอยยิ้มของผลิตโชคไว้ ก็ยินดีและเต็มใจเสมอ เห็นรอยยิ้มและแววตาของเค้าแล้วสัมผัสได้ทั้งความรัก ความคิดถึงที่เค้ามีต่อ PFC ยิ่งมีโอกาสได้ตามเก็บรูปยาก เลยรู้สึกว่ารูปที่กดไปแต่ละใบมันมีความหมายมากมายอยู่ในรูปนั้นจริงๆ ค่ะ”
 
ช่างภาพทุกคนล้วนมีสไตล์และอารมณ์ภาพเป็นของตัวเอง คุณคิดว่าอารมณ์ในรูปที่คุณถ่ายเป็นแบบไหน และทำไมถึงสื่อออกมาในรูปแบบนั้น?
 
          “อารมณ์ของภาพส่วนใหญ่จะเน้นภาพที่สื่อความหมายที่สามารถเล่าเรื่องราว ณ ขณะนั้นได้ ภาพถ่ายแต่ละครั้งที่มีโอกาสได้ไปจะถ่ายทั้งภาพ Long shot / medium shot / close up เพราะไม่ใช่แค่ตัวผลิตเท่านั้นที่ทำให้ภาพสมบูรณ์ แต่ยังมีทั้งเหล่า PFC แฟนเพลง และสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวได้อย่างมีที่มาที่ไป จนกลายมาเป็นอีกหนึ่งสตอรี่ในตัวมันเองได้ ถึงแม้ว่าบางครั้งเราอาจจะเข้าไม่ถึงผลิต อาจจะไม่ได้ภาพที่ใกล้ที่สุด แต่เราก็ได้ภาพที่เราประทับใจที่สุดในความทรงจำของเรา”
 
@na_nuy 
 
อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากถ่ายภาพของผู้ชายที่ชื่อผลิตโชค?
 
          “เริ่มจากหลงรักเสียงร้องของเฮียก่อน และก็รู้สึกว่าต้องเจอตัวจริงให้ได้ซักครั้งนึง แต่พอได้เจอครั้งแรกก็เลยติดมาถึงทุกวันนี้ เพราะเฮียให้ใจจริงๆ กับแฟนคลับ แฟนเพลง มันทำให้เรารู้สึกว่าเราเลือกรักคนไม่ผิด อยากตามถ่ายรูปเฮียให้คนอื่นๆ ได้เห็นเฮียในหลายๆ มุม เขาจะได้มารักเฮียกันมากขึ้น ให้เขาเห็นความเป็นธรรมชาติ ความน่ารักของเฮียในมุมที่บางคนไม่มีโอกาสได้เห็น”
 
ช่างภาพทุกคนล้วนมีสไตล์และอารมณ์ภาพเป็นของตัวเอง คุณคิดว่าอารมณ์ในรูปที่คุณถ่ายเป็นแบบไหน และทำไมถึงสื่อออกมาในรูปแบบนัน?
 
          “สำหรับเรา ตอนถ่ายรูปเฮียเราจะคิดแค่ว่าวันนี้เรามาหารอยยิ้ม มารับความสุข เราจะมีความสุขทุกครั้งกับการถ่ายรูปเฮีย ไม่ว่าสถานที่ที่ไปตามถ่ายรูปจะใกล้ไกล ถ่ายยากลำบากแต่เราก็มีความสุขที่ได่เห็นเฮียมีรอยยิ้มทุกครั้งที่อยู่บนเวที การถ่ายทอดภาพของเราจะสื่อให้เห็นถึงความเป็นธรรมชาติ ความเป็นจริง เป็นการเก็บเรื่องราวความทรงจำดีๆ ไว้ในรูปแบบของภาพนิ่ง ที่ย้อนกลับไปดูกี่ครั้งก็จะยังจดจำโมเมนท์นั้นได้ดี”
 
 
@Overdamxxn
 
อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากถ่ายภาพของผู้ชายที่ชื่อผลิตโชค?
 
          “แรงบันดาลใจแรกคงตอบตรงๆ ว่าไม่มี เพราะเริ่มต้นถ่ายจากความบังเอิญ ทุกครั้งที่จะถ่ายรูปใครซักคน จะต้องรู้สึกประทับใจกับแบบก่อน ซึ่งผลิตทำให้รู้สึกประทับใจจาก Perform ครั้งแรกที่เจอเมื่อปีที่แล้ว (ในลุคของทิดหลังสึกไม่นาน ฮาา) เลยเกิดความตั้งใจตามไปดูครั้งที่สอง ซึ่งก็ประทับใจมาก เลยเกิดความรู้สึกว่าอยากให้คนอื่นได้เห็นผลิตในมุมที่เรามองผ่านภาพถ่ายของเราแค่นั้นเลยค่ะ”
 
ช่างภาพทุกคนล้วนมีสไตล์และอารมณ์ภาพเป็นของตัวเอง คุณคิดว่าอารมณ์ในรูปที่คุณถ่ายเป็นแบบไหน และทำไมถึงสื่อออกมาในรูปแบบนั้น?
 
          “ทุกภาพที่ถ่ายจะสะท้อนอารมณ์และมุมมองของตัวเองในขณะนั้น ไม่ว่าจะถ่าย คน สัตว์ สิ่งของ วิว หรืออะไรก็ตาม เพราะแต่ละภาพจะไม่เหมือนกันเลย แต่คนดูจะรู้ว่านี่น่าจะเป็นรูปเรา ถ้าคนที่เคยเห็นรูปของเรามาซักพักจะรู้ว่า ปกติเราลงรูปแต่ละงานไม่เยอะ และไม่ค่อยใส่แคปชั่นในรูป เพราะชอบให้รูปบอกเรื่องราวของตัวมันเองมากกว่า อย่างมีอยู่ภาพนึงที่ชอบมากๆ คือ ภาพที่ถ่ายผลิตจากด้านหลังที่ถนนหน้าสนามบิน ไม่เห็นหน้า ไม่มีแววตาสื่ออารมณ์ แต่เป็นภาพสามารถทำหน้าที่บอกความรู้สึกที่อยากจะสื่อถึงทุกคนได้ทั้งหมด”
 
@hnulekk 
 
อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากถ่ายภาพของผู้ชายที่ชื่อผลิตโชค?
 
          “เพราะเราเป็นแฟนคลับที่อยู่ต่างจังหวัด  ไม่บ่อยนักที่จะได้เจอกับผลิต ถ้ามีโอกาสมาเจอ มาหาเขาเราก็อยากจะเก็บภาพของผลิตให้เหมือนกับที่เราได้มองเห็นเขาด้วยตาเปล่าให้มากที่สุด เวลาย้อนกลับมาดูรูปอีกสักกี่ครั้ง มันก็จะไม่ได้เป็นแค่รูปถ่าย แต่อารมณ์ ความรู้สึกทั้งหมดของความทรงจำนั้นก็จะกลับมาด้วย ทำให้คลายความคิดถึงไปได้”
 
ช่างภาพทุกคนล้วนมีสไตล์และอารมณ์ภาพเป็นของตัวเอง คุณคิดว่าอารมณ์ในรูปที่คุณถ่ายเป็นแบบไหน และทำไมถึงสื่อออกมาในรูปแบบนั้น?
 
          “ในความเป็นจริง เราไม่เคยคาดหวังหรือเฉพาะเจาะจงว่าจะต้องได้รูปมาแบบไหน ไม่เคย Design เพราะสถานการณ์ในแต่ละครั้งไม่เคยเหมือนกัน ส่วนมากเวลาที่ได้เจอกับผลิตจะเป็นตอนกลางคืนที่เขาทำงาน เป็นบรรยากาศที่เราไม่คุ้นเคยและไม่มั่นใจกับการถ่ายรูปเลย แต่ขณะเดียวกันเราก็รู้สึกสนุกไปกับเสียงร้องเพลงของผลิต เราถ่ายรูป สลับกับร้องเพลงแล้วก็เต้นไปด้วยตลอดการแสดง  รูปที่เราถ่ายมันบอกกับเราว่าคนในรูปกำลังมีความสุขกับการร้องเพลง มีความสุขกับคนดู กับเพื่อนนักดนตรีในวง และได้เต้นตามจังหวะเพลง เป็นโมเมนท์ที่สวย มีเสน่ห์และเซ็กซี่ที่สุดในเวลาเดียวกัน  และเราก็อยากให้ทุกคนมองเห็นความงดงามนี้ เห็นความทุ่มเทของผลิตโชค เหมือนอย่างที่เราได้เห็นค่ะ”
 
@Ji_gab
 
อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากถ่ายภาพของผู้ชายที่ชื่อผลิตโชค?
 
          “ด้วยความที่เราเป็นคนชอบถ่ายรูปอยู่แล้ว แล้วได้มีโอกาสติดตามความน่ารักของพี่ผลิตทาง Social ต่างๆมาสักระยะนึง เลยอยากจะลองไปเจอตัวจริงสักครั้งนึงว่า จะเป็นยังไงบ้างนะ? ซึ่งงานแรกที่ได้ไปถ่าย สัมผัสได้ถึงความน่ารัก ความสุขของเฮียในการที่เขาได้ร้องเพลง ได้เจอกับแฟนๆ รอยยิ้มและแววตาของเค้า มันแสดงออกมาให้เห็นได้จากภาพ โดยที่ไม่ต้องอธิบายออกมาเป็นคำพูดเลย ไม่ว่าจะไปงานไหน เรารู้สึกมีความสุขทุกครั้งเวลาที่ได้ถ่ายรูปเฮีย และอยากจะส่งต่อความสุข ความน่ารักและความเป็นธรรมชาติของเฮียให้กับทุกๆ คนได้รับรู้ และสัมผัสจากภาพถ่ายที่เราสื่อออกมาค่ะ :)”
 
ช่างภาพทุกคนล้วนมีสไตล์และอารมณ์ภาพเป็นของตัวเอง คุณคิดว่าอารมณ์ในรูปที่คุณถ่ายเป็นแบบไหน และทำไมถึงสื่อออกมาในรูปแบบนั้น?
 
          “ไม่รู้ว่าสไตล์ตัวเองเป็นแบบไหนเหมือนกันค่ะ แต่มีหลายคนบอกว่า รูปที่เราถ่ายเหมือนแสดงด้านความรู้สึกของเฮียในฟีลต่างๆ เวลาที่เขาได้เห็นภาพ เขารู้สึกว่าภาพที่เราถ่ายแสดงถึงความรู้สึกภายใน และตัวตนของเฮีย เขาสัมผัสจากภาพที่เราถ่ายได้ แต่ในความคิดของเรา เราว่ารอยยิ้ม แววตา และการแสดงออกทุกสิ่งทุกอย่างของเฮีย มันคือเสน่ห์อย่างนึงที่แสดงถึงความจริงใจ และเป็นสิ่งที่มัดใจใครหลายๆ คนไว้ เราก็เลยอยากถ่ายทอดออกมา ในอารมณ์นี้ค่ะ :)”
 
@CHARISMATICxx
 
อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากถ่ายภาพของผู้ชายที่ชื่อผลิตโชค?
 
          “เริ่มจากการที่ตามแบบเก็บโมเม้นและบรรยากาศรอบๆ ของโชว์เป็นหลัก จนรู้สึกว่าเราอยากจะแชร์โมเม้นท์น่ารักๆ ของพี่เป๊กให้ทีม PFC หน้าจอได้เห็นบ้าง ซึ่งแต่ละงานก็จะมีโมเม้นที่ต่างกันไป แต่ที่เราสัมผัสได้ในทุกครั้งคือความอบอุ่นและบรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขรอบๆ ตัวพี่เป๊ก ไม่ว่าจะกับทีมงาน เพื่อนร่วมงานหรือแฟนคลับ ซึ่งทำให้เรามีความสุขมากๆ เวลาได้ถ่ายรูปผู้ชายคนนี้ค่ะ”
 
ช่างภาพทุกคนล้วนมีสไตล์และอารมณ์ภาพเป็นของตัวเอง คุณคิดว่าอารมณ์ในรูปที่คุณถ่ายเป็นแบบไหน และทำไมถึงสื่อออกมาในรูปแบบนั้น?
 
          “ส่วนใหญ่จะเป็นรูปเวลาเพอฟอร์ม จับมูฟเม้นบนเวที จะเห็นได้ถึงความตั้งใจในทุกๆ โชว์ หรือไม่ก็โมเม้นที่เล่นกับวงงงเด้หรือแฟนคลับ เป็นอะไรที่มีเสน่ห์มากๆ เราเห็นได้ถึงความเต็มที่ในทุกงานของผู้ชายคนนี้จริงๆ ค่ะ”
 
 
          จากบทความ หรือจะเรียกว่าบทสัมภาษณ์พิเศษก็ได้นะคะ เราคงได้เห็นมุมมองความรัก ที่ออกมาในหลากหลายรูปแบบ จากกลุ่มคนที่มีหัวใจดวงเดียวกัน หรือที่เรียกว่า นุชes นุชา เหมือนที่แอดมินเคยได้อ่านเจอที่ไหนสักที่ แต่ชอบมากเลย
 
“ผลิตโชค คือหัวใจของคนทั้งด้อม จุดมุ่งหมายเดียวที่ทำให้ทุกคนมาอยู่รวมกัน
คือการทำให้ผู้ชายคนนี้ยิ้มได้”
 
          ขอให้แฟนคลับของคุณหลวงรักกันและหนักแน่นในความรักอย่างนี้ไปนานๆ นะคะ แอดมินว่าตอนนี้วงการเพลงบ้านเรากำลังจะเติบโตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สินค้าได้ถูกซื้อในแบบที่ถูกต้อง จนเป็นตัวอย่างที่ดี เปลี่ยนค่านิยมเดิมๆ ที่ศิลปินถูกเอารัดเอาเปรียบ นุชes กับ นุชา เดินมาถูกทางแล้วค่ะ สมกับที่มีต้นแบบที่ดี เจอกันอีกทีวันงานนะคะ ^_^
 
 
นิทรรศการ Walk On Ari With Palit ก็ยังมีกิจกรรมเพิ่มเติมเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมได้มีส่วนร่วมกับนิทรรศการ โดยมีทั้งกิจกรรมที่จัดตลอดทั้งงาน และบางกิจกรรมก็จะเป็นกิจกรรมพิเศษที่มีเฉพาะในบางวันเท่านั้น
 
กิจกรรมที่จัดทุกวันตลอดทั้งงาน 
1. มุมบันทึกความสุข ซึ่งเป็นมุมสำหรับถ่ายภาพเพื่อให้ผู้ร่วมงานได้เก็บความประทับใจกลับบ้านได้
2. กิจกรรมการ์ดใบหนึ่งถึงผลิตโชค เป็นกิจกรรมที่เปิดให้ผู้ร่วมงานได้ทำการ์ดวันเกิดให้ เป๊ก ผลิตโชค เพื่อบอกความในใจจาก PFC
 
กิจกรรมพิเศษ 
1. วันเปิดงาน (7 ส.ค. 2017) กิจกรรมแจกถุงผลิต Luck ซึ่งเป็นถุงที่รวบรวมของที่ระลึกต่างๆ ที่ถูกส่งมาจาก PFC หลายๆ กลุ่ม
2. วันเกิด เป๊ก ผลิตโชค (9 ส.ค. 2017) กิจกรรมแจกคัพเค้กเพื่อฉลองวันเกิดให้กับ เป๊ก ผลิตโชค
3. วันแม่ (12 ส.ค. 2017) เป็นกิจกรรมที่จะถ่ายภาพให้กับคู่แม่ลูกที่มาร่วมงานในวันนั้น และมอบภาพถ่ายให้เป็นของที่ระลึก และจะมีการแจกไอศครีมถ้วยเล็กๆ อีกด้วย
 
นิทรรศการ Walk on Air Palit จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-15 สิงหาคม 2560 ณ ชั้น 3 ศูนย์การค้า Show DC ซึ่งสามารถเดินทางได้หลายวิธี ดังนี้
1. รถ shuttle bus ตามจุดต่างๆ อาทิ สนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบินดอนเมือง, โรงแรม Novotel สาขาสยาม, โรงแรม Holiday inn สีลม, สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) พระรามเก้า เป็นต้น
2. เดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ติน (MRT) สถานีเพชรบุรี ทางออกที่ 1 / สถานีพระรามเก้า ทางออก 3, Airport link มักกะสัน และต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
 
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารอื่นๆ เกี่ยวกับนิทรรศการ Walk On Air With Palit ได้ในช่องทางต่างๆ ดังนี้
Twitter : @fongmyfong / Hashtag - #WalkOnAirWithPalit
Instagram : fongmyfong
 
มาร่วมหาคำตอบของความสุขที่ได้รับจากผู้ชายคนนี้ไปด้วยกัน
แล้วคุณอาจจะเป็นอีกหนึ่งคน ที่ตกหลุมรักผู้ชายที่ชื่อว่า ‘เป๊ก ผลิตโชค’ อย่างเต็มหัวใจ
 
ชมภาพบรรกาศงาน >>> www.thailandexhibition.com/Report/2177
บทความโดย : SalimZA

Information Partner
  • Ayutthaya city park
  • Bitec
  • Central World
  • Fortune Town
  • Future Park
  • Future Park
  • JJ Mall
  • ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น
  • Paragon Hall
  • Tceb
  • Qsncc
  • Seacon Bangkae
  • Seacon Square
  • TEA
  • TCEB
  • The Mall
  • The hub @zeer
  • Zeer Rangsit