บทความน่าสนใจ
รวมบทความ จาก Admin

Slow Life ไปคนเดียวเที่ยวกับฝรั่ง (สมุทรสาคร)

บทความโดย : Ikkyu
เปิดอ่าน : 1,948

ทุกอย่างรอบตัวเราเคลื่อนที่กันอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเทคโนโลยี การทำงาน หรืออะไรก็ต้องใช้ความรวดเร็วเป็นหลัก เบื่อไหมกับการที่ต้องมาแข่งกับเวลาหรือต้องเร่งรีบ เคยคิดกันไหมว่าอยากจะทำอะไรช้า ๆ สบาย ๆ ชิล ๆ ไม่ต้องเร่งรีบ ผมคนนึงที่รู้สึกอย่างนั้น อยากจะเดินช้า ๆ ชิล ๆ อยู่ที่ไหนสักแห่ง ไม่ต้องคิดกังวลเรื่องงาน หรือ สิ่งต่าง ๆ นานา เพื่อพักผ่อนสมอง แต่ก็ไม่รู้จะไปที่ไหนดี ก็นั่งคิดอยู่สักพักใหญ่ ก็เลยคิดได้ว่า ไปตลาดร่มหุบดีกว่า ได้ข่าวมาว่าเพิ่งกลับมาเปิดใหม่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานี่เอง หลังจากปิดปรับปรุงรางรถไฟใหม่ และไม่ได้ไปมานานแล้วด้วย แถมยังประหยัดอีกต่างหาก ก็เลยตัดสินใจจะไปที่นั่น ไปชมกันครับ

ผมตื่นตั้งแต่เวลาตี 5 เพื่อไปตลาดร่มหุบโดยจุดหมายแรกของเราคือ “สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่” โดยเราจะนั่งรถไฟจากสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ ไปสถานีรถไฟมหาชัย ผมเดินทางมาถึงสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ประมาณ 6.20 น. หลังจากนั้นผมก็ไปซื้อตัวรถไฟ “วงเวียนใหญ่-มหาชัย” ฟรีนะ!!

ในตั๋วเขียนบอกว่ารถไฟออกเวลา 6.25 น. เอ๊ะ! แต่นี่มันจะ 6.25 น. แล้วนี่ ทำไมรถไฟยังไม่มาอีก คิดในใจเดี๋ยวก็มามั้ง รอไปอีกประมาณ 10 นาที รถไฟก็มา โอเค 10 นาที ไม่น่าเกลียดสักเท่าไหร่ ขึ้นรถไฟกันเตรียมตัวเดินทางกันเลย

รถไฟเริ่มออกแล้วครับ สองข้างทางก็จะเป็นบ้านคนกับต้นไม้ซะส่วนมาก แต่นั่งริมหน้าต่างก็ระวังต้นไม้จะตีหน้าหน่อยนะครับ ผมนี่แทบจะกินใบไม้ ฮ่า ๆ นั่งชิล ๆ Slow Life ไปเรื่อย ๆ ครับ

เย้ ๆ ถึงแล้ว “สถานีรถไฟมหาชัย” ถึงสถานีประมาณ 7.45 น. ช้านิด ๆ แต่ไม่เป็นไรไหน ๆ ก็จะมาเบบ Slow Life ทั้งที เดินชมบรรยากาศตลาดนัดตอนเช้าสักหน่อย “ตลาดมหาชัย” จะเป็นตลาดขายอาหารทะเลเป็นส่วนมากมีทั้ง กุ้ง หอย ปู ปลา หรือ อาหารทะเลตากแห้ง ให้เลือกซื้อกันอย่างมากมาย แถมราคาถูกมากเลย น่าเสียดายที่ไม่มีรถไม่รู้จะขนกลับมายังไง เดินไปเดินมาท้องเริ่มร้องแล้ว นึกขึ้นได้ข้าวเช้ายังไม่ได้กินเลยนี่ หาอะไรกินสักหน่อย

เดินไปเดินมาเจอร้านนี้น่าสนใจดี “เส่ย ข้าวหน้าเป็ด” เห็นมีรูปได้ออกรายการด้วย ต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ ลองดูหน่อยดีกว่า

ทางร้านมีเมนูไม่มากนัก โดยจะมี ข้าวหน้าเป็ด ข้าวหมูแดง ข้าวหมูกรอบ ข้าวรวมมิตร ราคาก็ไม่ได้ถือว่าแพงประมาณ 40-50 บาท ผมก็เลยจัดข้าวรวมมิตรไป 1 จาน เพราะอยากกินทั้งเป็ดและหมูกรอบ แต่มาคนเดียวกินสองจานก็คิดว่าจะจ่ายและกินไม่ไหว ผู้ชายร่างเล็กอย่างผม แหะ ๆ

รถชาติถือว่าอร่อยเลยครับ กลมกล่อมน้ำราดไม่เลี่ยนไม่หวานมากจนเกินไป แว๊บแรกที่ทางร้านนำมาเสิร์ฟ ผมคิดว่ามันน้อยไปป่าว โห!! ตั้ง 50 บาท ทำไมได้น้อยจัง แต่พอกินไปเท่านั่นแหละครับ อิ่มเลย ในเมื่อกินเสร็จแล้วก็ออกเดินทางกันต่อครับ

เมื่ออยู่ที่มหาชัยกันแล้ว มีทางเลือกในการเดินทางไปตลาดร่มหุบ 3 ทาง 1. ลงเรือข้ามฟากแล้วไปต่อรถไปที่ “สถานีรถไฟบ้านแหลม” ไปต่ออีกประมาณ 1 ชม. 2. นั่งรถสองแถวใหญ่ มหาชัย-แม่กลองไป ใช้เวลาประมาณเกือบ 1 ชม.และ 3. คือรถตู้โดยนั่งรถมหาชัย-แม่กลอง ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีนิด ๆ โดยผมเลือกขึ้นรถตู้ไปต่อ เพราะผมรอรถไฟไม่ไหว เที่ยวต่อไปที่รถไฟออก คือ ตอน 10 โมงกว่า ๆ แต่นี่เพิ่ง 8 โมงกว่า ๆ เองให้ตายเถอะรอไม่ไหว ฮ่า ๆ  ค่าโดยสารรถตู้ 30 บาท จากมหาชัยไปตลาดแม่กลอง

ถึงแล้ว!! ตลาดแม่กลอง แต่! ขอนอกเรื่องแป๊ปนึงนะครับ ผมมีคนที่อยากจะแนะนำให้รู้จัก ระหว่างนั่งรถมาที่ตลาดแม่กลอง ผมได้เพื่อนใหม่มาคนนึงแต่เขาไม่ใช่คนไทยนะครับ เขาบอกว่าขอไปเที่ยวด้วยคน ซึ่งเขาก็คนเดียวเหมือนกัน ผมก็เลย Say Yes ไปครับ

ผมได้คุยกับเขาแล้วถามว่าแล้วคุณจะไปไหนเขาบอกว่าเขาจะมาที่ตลาดร่มหุบ และตลาดน้ำอัมพวา แต่มาคนเดียวกลัวจะหลงจึงขอไปด้วย ผมก็พยายามจะสื่อสารกับเขาแต่ปัญหาคือผมไม่เก่งภาษาอังกฤษ ฮ่า ๆ ถ้าให้เทียบเป็นเกรดก็ประมาณ เกรด C เลยก็ว่าได้ แต่ก็ลองคุยดู ผมเลยรีบบอกเขาก่อนเลยว่า ผมพูดภาษาอังกฤษได้นิดเดียวนะไม่เก่ง และผมก็ได้ถามชื่อเขา หลังจากที่เราคุยกันเรียบร้อยเราก็เดินไปตลาดร่มหุบด้วยกัน เดินไปดูเที่ยวว่ารถไฟจะมาอีกกี่โมง โห!! รออีกตั้งเกือบ 2 ชม. ซึ่งนานอยู่ ผมเลยชวนเขาไปเดินเล่นที่ตลาดร่มหุบก่อน เผื่อจะได้หาอะไรทำระหว่างรอรถไฟมาจะได้ไม่เบื่อ

ตลาดร่มหุบเป็นตลาดเก่าแก่มีมานานมาก จุดเด่นของตลาดนี้ก็คือจะมีทางรถไฟกลางตลาดเลย แต่ไม่ใช่แค่มีรางนะครับจะมีรถไฟวิ่งผ่านตลาดเลย โดยภายในตลาดจะมีอาหารทะเลขายและสินค้าทั่วไปแบบตลาดนัดทั่วไป แต่สิ่งที่ผมสังเกตเห็นคือราคาสินค้าที่นั้นถูกมาก ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล หรือ ผลไม้ พืชผัก ต่าง ๆ

 หลังจากที่ได้เดินตลาดกันมาสักพักเขาก็เริ่มหิว แล้วหันมาบอกกับผมว่า I’m Hungry ผมก็บอกไปว่า Okey!! เลยถามเค้ากลับไปว่าจะกินอะไรละ เขาก็ตอบกลับมาว่า “Up to you my guide” ผมก็พยายามหาร้านที่อร่อยหรือชื่อดังในแถวนั้น สรุปคือเราเลือกที่จะกินก๋วยเตี๋ยวกัน

ร้านที่เราเลือกคือร้าน ก๋อง เมง จั้น บะหมี่เกี๊ยว” หรืออีกชื่อคือ “บะหมี่ ลิ้นชัก” ร้านเปิดมาได้ประมาณ 3 รุ่นได้แล้ว ที่เรียกกันว่าบะหมี่ลิ้นชัก เพราะทางร้านได้เก็บเส้นบะหมี่ไว้ในลิ้นชัก โดยบอกว่าจะทำให้เส้นนั้นอร่อย เมื่อถึงร้านผมก็ถามกับเขาว่าคุณจะกินอะไรเขาตอบว่า "I don't know" ฮ่า ๆ ใช่สิจะรู้ได้ไงก็มันมีแต่ภาษาไทย ผมเลยสั่งบะหมี่เกี๊ยวมา 2 ชาม

รสชาติถือว่ากลมกล่อมดีครับ น้ำซุปหอมมาก เนื้อหมูแดงได้เยอะ เกี๊ยวได้ประมาณ 3 ชิ้นเนื้อแน่น ๆ รสชาติที่บอกผมไม่ได้ปรุงอะไรเพิ่มเลยนะครับ โดยรวมแล้วถือว่าอร่อยสมกับราคาไม่น่าเกลียด

เมื่อกินเสร็จแล้วผมกับเขาก็มองนาฬิกากัน เหลืออีก 30 นาทีเลยกว่ารถไฟจะมา โห!! นานจังมาเดินเล่นกันอีกสักรอบละกัน

ปู๊น ๆ ฉึกฉัก ปู๊น ๆ ฉึกฉัก รถไฟมาแล้ว!! ร้านขายของแถวนั้นก็รีบเก็บของกันและหุบร่มกันอย่างรวดเร็ว ผมจึงพากันไปดู ยืนแอบมุมแล้วถ่ายรุปรถไฟที่ขับผ่านไปอย่างช้า ตอนนั้น เขาบอกว่า “Train Market and amphawa floating market is famous in my country” ผมนี่ยิ้มเลย ฮ่า ๆ แอบภูมิใจ นิด ๆ

เมื่อรถไฟผ่านไปผมกับเขาก็ยังคงรอรถไฟออกอีกรอบเพื่อจะถ่ายรูปรถไฟอีกสักรอบเพราะไม่พอใจกับภาพที่ถ่ายมา ฮ่า ๆ รอกันไปอีกครึ่งชั่วโมง นั่งรอกันจนเปื่อยเลย และแล้วก็ถืงเวลา รถไฟจะออกแล้วร้านค้าก็เก็บร้านหุบร่มกันต่อ

เห็นแล้วก็เหนื่อยแทนพ่อค้าแม่ค้าเหมือนกันนะครับ ลองมาคิดเล่น ๆ ดู วัน ๆ นึงนั่งขายของแล้วต้องมาหุบร่มอีกวันละ 3 - 4 รอบ น่าจะเหนื่อยเอาเรื่องอยู่

เมื่อรถไฟออกจากตลาดร่มหุบแล้วเราก็เริ่มเดินทางกันไปที่ต่อไป และนั่นก็คือ “ตลาดน้ำอัมพวา” เราเลือกเดินทางโดยรถสองแถวจากตลาดร่มหุบไปตลาดน้ำอัมพวา

“ตลาดน้ำอัมพวา” เป็นตลาดริมคลองที่จะมีพ่อค้าแม่ค้าออกมาพายเรือขายของกัน เปิดทุกวันศุกร์ - วันอาทิตย์ โดยตลาดน้ำอัมพวา มีร้านค้ามากมาย อาทิ ของกิน ของใช้ ของฝาก ไม่เหมือนกับสองตลาดก่อนหน้านี้ที่เราไปมา เขาชอบมากเมืองเห็นตลาดน้ำแต่พอถึงเขาได้เปิดรูปแล้วหันมาถามผมประมาณว่า “ใช่ที่นี่ไหม” เหมือนว่าเค้าจะทำหน้างง แบบว่าทำไมเรือมันน้อยจัง ในรูปมีเรือเยอะมาก ผมก็พยายามสื่อสารแล้วบอกไปว่ามันยังไม่เปิด และ วันศุกร์ของจะน้อย วันเสาร์อาทิตย์ น่าจะเยอะกว่านี้ กว่าจะเข้าใจกันได้ ก็ใช้เวลาสักพักแล้วผมก็พาเขาเดินดูตลาดน้ำอัมพวา

เมื่อเดินตลาดหาอะไรกินเล่นกันจนอิ่มผมกับเขา ก็คุยกันแล้วตัดสินใจเดินทางกลับกรุงเทพฯ แต่เจอปัญหาครับ ผมจะกลับด้วยรถตู้แต่เขากลับไม่ถูก เราเลยพยายามสื่อสารกันเกือบ 10 นาที แล้วก็สรุปได้ว่าเขาจะนั่งรถตู้ไปกับผม แล้วให้ผมขับรถไปส่งที่สถานีรถไฟฟ้าที่อยู่ใกล้ ๆ ให้หน่อยเพราะเค้าไปไม่รู้ว่าจะไปอย่างไร ผมก็โอเคไปส่งก็ได้คนไทยมีน้ำใจอยู่แล้ว พอถึงกรุงเทพฯ ผมก็พาเขานั่งรถร่วมบริการเพื่อไปเอารถที่จอดไว้ เขาตื่นเต้นที่ได้ขึ้นรถเมล์แล้วบอกผมว่า “Amazing” พอถึงจุดหมายผมก็ขับรถพาเขาไปส่งที่ สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ ทริปนี้เป็นวันเดย์ทริปที่สนุกมากครับได้ทั้งเพื่อนใหม่ ประสบการณ์ใหม่ การเป็นไกด์พาฝรั่งเที่ยวทั้ง ๆ ที่ไม่คิดว่าจะได้ทำมันมาก่อนแต่ต้องได้ทำมันทั้ง ๆ ที่พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ก็สนุกดีครับ คือว่าคุ้มกับการหยุดงานไปเที่ยวในครั้งนี้ วันนี้พอแค่นี้ก่อนดีกว่า เดี๋ยวมารอดูกันดีกว่าว่าครั้งหน้าผมจะพาไปไหนกัน จะสนุกแค่ไหน จะเจอเพื่อนใหม่อีกไหม และมาค่อยดูกันนะครับ ไปละครับ บาย~  

บทความโดย : Ikkyu

Information Partner
  • Bitec
  • Central World
  • Fortune Town
  • Future Park
  • impact
  • impact
  • Paragon Hall
  • Tceb
  • Qsncc
  • Seacon Square
  • Seacon Bangkae
  • TEA
  • TCEB
  • The Mall
  • The hub @zeer
  • Zeer Rangsit