บทความน่าสนใจ
รวมบทความ จาก Admin

10 ประสบการณ์สำหรับการไปออกงานแสดงสินค้าครั้งแรก

บทความโดย : whiteway
เปิดอ่าน : 1,290

10 ประสบการณ์สำหรับการไปออกงานแสดงสินค้าครั้งแรก

     สำหรับผู้ที่ต้องการที่จะออกงานแสดงสินค้าครั้งแรกก็จำเป็นต้องเตรียมตัวมาดูกันว่า 10 สิ่งจากประสบการณ์ของคนที่ไปออกงานแสดงสินค้าครั้งแรกเขาได้อะไรมาบ้าง

ได้เรียนรู้อะไรจากการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า

1. มันแพงที่จะเข้าร่วมแต่มันเป็นการทดสอบตลาดที่มีคุณค่าอย่างเหลือเชื่อ
     
สำหรับเงินที่ได้เสียไปมากมาย (ค่าบูธ, แบนเนอร์, โปาการ์ด, เสื้อ, และห้องพัก) ถึงจะไม่สามารถถอนทุนคืนได้หรือได้กำไรเพียงไม่มากเพราะมีค่าใช้จ่ายที่มากเกินไป แต่การออกงานแสดงสินค้าก็เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบเพื่อรวบรวมคำวิจารณ์จากแนวหน้าของวงการค้าปลีก และทดสอบตลาดอย่างจริงจัง

2. ผู้ซื้อจะให้คำวิจารณ์ที่ยอดเยี่ยม
     
ผู้ซื้อต่าง ๆ ที่เข้ามาเดินงานแสดงสินค้ามีความรู้มากมายในการขายปลีก พวกเขารู้ดีที่สุดว่าเมื่อไหร่ควรขายอะไร และทำไม ซึ่งพวกเขาเหล่านี้สามารถให้ "คำวิจารณ์ที่สร้างสรรค์" และสามารถบอกได้ว่าจะทำอย่างไรให้ผลิตภัณฑ์น่าสนใจมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้ซื้อ จริง ๆ แล้วนี่คือคำวิจารณ์ที่มีค่ามาก

3. ผู้ซื้อไม่ใช่กลุ่มเดียวที่จะมางานแสดงสินค้านี้
     ยังมีอีกหลาย ๆ คนเช่น ผู้ให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ, นักพัฒนาผลิตภัณฑ์, และตัวแทนจากประเทศต่าง ๆ พวกเขามาที่นี่เพื่อมองหาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ หรือช่องทางที่จะส่งเสริม สำหรับบางคนมองหาการตัวแทนการค้าระหว่างประเทศ ตัวแทนของคนในงานที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ ทุกความสัมพันธ์จะต้องแลกมาด้วยเงิน แต่มีผู้คนที่นั่นที่สามารถช่วยกระจายข่าวได้ และก็ยังมีคนที่จะมักจะทำงานเพื่อค่าคอมมิชชั่นหรือแบ่งปันผลกำไรด้วยกัน

4. เครือข่าย! เครือข่าย! เครือข่าย!
     ไม่ได้มีแค่ ผู้ซื้อ และตัวแทน ที่จะช่วยได้ แต่ที่นั่นมีผู้มาออกงานแสดงสินค้าเป็นพันคนในงานนี้ที่ต้องการจะผูกสัมพันธ์กับคนที่มีความคิดเห็นที่เหมือนกัน และ ยินดีที่จะเจรจาฟรี ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่าย และ ผู้ผลิตมากมาย และยังมีคนที่สามารถให้แนวคิดที่มหัศจรรย์อีกมากมายที่สามารถเข้าร่วมเครือข่ายกับคุณได้ ซึ่งนั่นจะทำให้คุณได้ประโยชน์จากบุคคลเหล่านั้น

5. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ฟุ่มเฟือย, เสียเวลา และไม่ค่อยประสบความสำเร็จ
     
พูดถึงตัวผลิตภัณฑ์ การพัฒนาหรือปล่อยผลิตภัณฑ์ที่มากเกินไปนั้นจะทำให้เกิดการขาดทุน หรือ เสียเวลาเปล่า ๆ จากการที่ได้เห็นในการออกงานแสดงสินค้าครั้งแรก มีคนมากมายที่ไม่ประสบความสำเร็จกับสินค้าที่ปล่อยออกมามากมาย จะมีเพียงสินค้าเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย ดังนั้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์จำนวนมากเกินไปทำให้เราพังได้

6. คิดว่าการวิ่งมาราธอนไม่ใช่การวิ่งทางตรง 100 เมตร
     นักพัฒนาส่วนมากที่เข้าร่วมงานแสดงสินค้านี้ได้ทำสิ่งนี้มาราว ๆ 5 ปี บางคนคืนทุนใน 3 ปี แทบจะไม่มีกำไรก่อนปีที่ 5 เมื่อสำรวจนักออกแบบส่วนมากขาดทุนเป็นเงินจำนวนมากมายมหาศาลในสายผลิตภัณฑ์ก่อนที่จะเห็นผลตอบแทน เกิดจากต้นทุนมากเกินไปจากการทำการค้าขายที่ไม่ถูกต้องทำให้ต้นทุนมากเกินไป แต่เมื่อคุณรู้วิธีจำกัดต้นทุน เช่น การนำวัตถุดิบเข้ามาเอง การขายทีละมาก ๆ จะทำให้คุณได้กำไรโดยเร็ว อย่ามองเพียงระยะสั้นให้มองในไกลออกไป

7. พิจารณาเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเป็นกลุ่ม
     
การจ่ายเงินเพื่อไปออกบูธโดยจ่ายเป็นจำนวนมากเพื่อเราคนเดียวที่ไปออกบูธมันฟุ่มเฟือยเกินไป ต้องพยายามเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเป็นกลุ่มทำให้มีกำลังซื้อมากสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อทำให้รองรับความหยืดหยุ่นที่มากขึ้น และนอกจากนี้ยังได้กระจายค่าใช้จ่ายทั่วทั้งกลุ่ม ซึ่งทำให้คุณไม่ต้องเสียเงินมากมายโดยไม่จำเป็น

8. ไม่ใช่ทุกคนที่มาออกงานที่รู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่
     
มีผู้ที่มาออกงานแสดงสินค้ามากมายนำสินค้าที่ไม่เข้าท่าทำให้มองไม่เห็นถึงกำไร บางคนขาดทุนไปมากมายกับการตุนสินค้าในคลัง และการขายสินค้าที่ไม่ทำให้ดีขึ้น จึงทำให้รู้ว่าบางคนไม่วางแผนก่อนที่จะมาออกงานแสดงสินค้า หรือพวกเขากำลังไม่รู้ว่าเขาทำอะไรกันอยู่นั่นเอง

9. วิเคราะห์งานแสดงสินค้าก่อนที่จะเริ่มผลิต
     
เราควรจะวิเคราะห์รูปแบบของงานแสดงสินค้าก่อนที่จะเริ่มสั่งผลิตสินค้า ควรจะนำตัวอย่างสินค้าในอนาคตมาออกงานแสดงสินค้า มากกว่านำสินค้ามาขาย จะทำให้มีต้นทุนในการตุนสินค้าในคลังน้อยที่สุด และจะทำให้คุณได้เรียนรู้มากมายเกี่ยวกับศิลปะการออกงานแสดงสินค้าซึ่งควรที่จะเรียนรู้ก่อนจะลองพยายามทำการตลาดแบบจริงจัง 

10. รู้ว่าเมื่อไหร่ควรคว้า เมื่อไหร่ควรถอย และเมื่อไหร่ควรเดินหนีออกไป
     
การที่เรารู้ว่าเมื่อไหร่ควรเลิก เมื่อไหร่ควรไปต่อ ทำให้เราควบคุมการขาดทุนให้น้อยลง และการได้กำไรที่มากยิ่งขึ้นเมื่อเราถอย และไปต่ออย่างถูกเวลา เงิน 1 ใน 100 ก็มาจากการถอนตัวที่ถูกเวลา และสามารถเซฟตัวเองได้หลายครั้ง ทำให้คุณไม่เจ็บตัวมากจึงสำคัญมากที่จะรู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะถอย

อ้างอิงจากบทความของ Kate Harrison forbes.com
รูปจาก  impact.co.th/
แปลและเรียบเรียงโดย ธนวัฒน์ โลกวิสัย Thailandexhibition.com

บทความโดย : whiteway

Information Partner
  • Bitec
  • Central World
  • Fortune Town
  • Future Park
  • impact
  • impact
  • Paragon Hall
  • Tceb
  • Qsncc
  • Seacon Square
  • Seacon Bangkae
  • TEA
  • TCEB
  • The Mall
  • The hub @zeer
  • Zeer Rangsit