ข่าวงานเเสดงสินค้า
ความเคลื่อนไหว,ไฮไลท์ ,
โปรโมชั่นในงาน
ข่าวความเคลื่อนไหวของงาน
งานแสดงตราไปรษณียากรภาคพื้นเอเชียครั้งที่ 25
วันจัดเเสดง :
4 - 12 สิงหาคม 2553
สถานที่ :
QSNCC (ศูนย์ประชุมฯ สิริกิติ์)

เปิดโลกจินตนาการ ผ่าน“แสตมป์เล่าเรื่อง” พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมจากหลากนิทานประจำชาติ

อัพเดทเมื่อ : 0 543 00:00:00
เปิดอ่าน : 899



กล่าวถึงเรื่องเล่าขานตำนานปรัมปราของชนชาติต่างๆ นั้น แต่ละประเทศก็จะมีเนื้อหาเรื่องราวแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม ลาว อินเดีย หรือแม้กระทั่งประเทศเล็กๆ อย่าง เกาะมัลดีฟส์ ต่างก็มีการนำเรื่องเล่าขาน ตำนานที่เป็นความเฉพาะตัว 


 
แต่เรื่องเล่าขานที่เป็นตำนานประจำชาติถึงขั้นถูกบันทึกลงในรูปแบบของแสตมป์นั้นกลับยังมีไม่มากนัก หากแต่ใน “งานแสดงตราไปรษณียากรภาคพื้นเอเชีย ปี 2553 (BANGKOK 2010 – 25th Asia International Stamp Exhibition)” ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 4-12 สิงหาคมนี้ ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้ไปเสาะแสวงหาเรื่องราวอันน่าสนใจของ “แสตมป์เล่าเรื่อง” อันเป็นนิทานปรัมปราประจำชาติของประเทศต่างๆ ที่บันทึกไว้ในรูปแบบของแสตมป์มาจัดแสดงให้กับน้องๆเยาวชนที่สนใจมาพบตัวจริงเสียงจริงกันถึงที่ทีเดียว เริ่มด้วย แสตมป์เล่าเรื่องจากประเทศจีน ที่เลือกนำมาแสดงในบ้านเรานั้น เป็นแสตมป์ที่ว่าด้วย “ตำนานกำเนิดพิภพ” (The Creation Story Postage Stamps) จัดทำขึ้นโดย Chunghwa Post ในปี พ.ศ.2537 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานกำเนิดพิภพตามคติความเชื่อของชาวจีน ได้เล่าขานถึงเรื่องราวของ “ปังกู” ยักษ์ใหญ่ที่ป่าเถื่อน มีเขาที่หัว ส่วนเนื้อตัวตลอดจนใบหน้าปกคลุมด้วยขนรุงรัง แม้หน้าตาจะดูน่ากลัว แต่ปังกูก็สร้างคุณไว้อเนกอนันต์ เพราะเป็นผู้สร้างโลก โดยกวัดแกว่งขวานยักษ์สร้างแผ่นพิภพและผืนฟ้า และรออยู่นานถึง 18,000 ปีกว่าที่ฟ้าและผืนดินจะแยกออกห่างจากกันดังเช่นวันนี้ จากนั้นปังกูจึงเอนกายลงนอนพัก ลมหายใจของเขากลายเป็นสายลม เสียงของเขากลายเป็นเสียงฟ้าร้องคำราม ตาข้างซ้ายกลายเป็นดวงตะวัน ตาข้างขวากลายเป็นดวงจันทร์ ร่างกลายเป็นขุนเขาและภูผา เลือดกลายเป็นแม่น้ำลำคลอง กล้ามเนื้อกลายเป็นดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ ขนที่ใบหน้ากลายเป็นหมู่ดาวและทางช้างเผือก ส่วนขนที่คลุมกายก็เป็นสุมทุมพุ่มไม้และป่าเขาลำเนาไพร กระดูกของปังกูกลายเป็นแร่ที่มีคุณค่า ไขกระดูกกลายเป็นเพชรนิลจินดาอันศักดิ์สิทธิ์ หยดเหงื่อตกลงมาเป็นเม็ดฝน เห็บหมัดตามขนก็ถูกพัดพาไปตามกระแสลมกลายเป็นมัจฉาและสรรพสัตว์ และนั่นคือตำนานการกำเนิดพิภพหรือโลกใบนี้ที่เราอาศัยอยู่ตามความเชื่อของชาวจีน นอกจากตำนานการกำเนิดพิภพแล้ว ชาวจีนยังมีตำนานแห่งเทพอีกมากมากซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของผู้คนเชื้อสายจีนมาตลอดตั้งแต่บรรพกาล โดยเทพตามตำนานจีนที่โด่งดังมากที่สุดกลุ่มหนึ่งก็คือ “แปดเซียน” ได้แก่ หลี่เถียไกว่, จางกั๋วเหล่า, จงหลีฉวน, หลู่ตงปิง, หันเซียงจื่อ, เหอเซียนกู, เฉากว๋อจิ้ว และ ลานไฉ่เหอ (แสตมป์จากไชน่าโพสต์) โดยตำนานของเซียนทั้งแปดที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันมากที่สุด ได้แก่เรื่อง “8 เซียนข้ามสมุทร” โดยเล่าถึงการต่อสู้ของแปดเซียนกับเทพเจ้าแห่งท้องทะเลตะวันออก เมื่อครั้งที่เซียนทั้งแปดเดินทางข้ามมหาสมุทร โดยระหว่างการต่อสู้เหล่าเซียนได้แสดงมหิทธิทานุภาพของแต่ละองค์ เกิดเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือด มีจุดพลิกผันสารพัดให้ชวนติดตาม ขณะที่ ตำนานพื้นบ้านจากหมู่เกาะมัลดีฟส์ ซึ่งถูกนำมาพิมพ์เป็นแสตมป์กลับเป็นเรื่องราวของความโศกเศร้าสูญเสีย โดยเป็นการเล่าเรื่องถึง “เกาะฮูคูรุนธุ” ที่ปัจจุบันเป็นเกาะร้าง แต่กลับพบหลักฐานปรากฏว่าเกาะแห่งนี้เคยมีผู้คนอาศัยอยู่ ทั้งยังค้นพบป้ายหินในสุสานจำนวนมาก เรื่องเล่ามีอยู่ว่า วันหนึ่งที่ผู้คนบนเกาะยังสุขสบายดีอยู่ จนกระทั่งพวกผู้ชายออกเรือไปหาปลาในวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันมงคลในศาสนาอิสลามที่ทุกคนจะต้องหยุดทำทุกสิ่งอย่างเพื่อร่วมพิธีสวดมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ แต่แล้วสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อฝูงเรือหาปลาที่เต็มไปด้วยผู้ชายทั้งหมดของเกาะ ต้องพบกับอสุรมัจฉา คาลูเวน โบดูมาส ที่โอบล้อมฝูงเรือไว้และพาฝูงเรือออกห่างจากฝั่งไกลออกไป ไกลออกไป จนในที่สุดก็ไม่มีเรือลำไหนเหลือรอดกลับมา มีเพียงลำเดียวเท่านั้นที่ฝ่าวงล้อมอสุรมัจฉาออกมาได้ แต่ทุกคนบนเรือก็ต้องพบกับความเหนื่อยยากอย่างแสนสาหัสในการพาเรือกลับเข้าฝั่ง และสุดท้ายก็เหลือเพียงชายคนเดียวที่รอดชีวิตมาอย่างไร้ซึ่งเรี่ยวแรง และนั่นจึงเป็นเหตุของความสิ้นหวังของผู้คนบนเกาะที่มีแต่ผู้หญิง และ เด็ก ไม่มีใครออกหาอาหารได้ ความอดอยากจึงคืบคลาน ไม่ช้าโรคภัยก็เข้าซ้ำ ผู้คนล้มตาย จนกระทั่งวันหนึ่งมีเรือแวะผ่านมาที่เกาะ ชาวเกาะที่เหลือรอดไม่กี่คน จึงตัดสินใจทิ้งถิ่นฐานอพยพจากบ้านเกิดเรือนนอนไปสู่สถานที่แห่งใหม่ และทิ้งให้เกาะฮูคูรุนธุ กลายเป็นเกาะร้างนับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ไปต่อที่ประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง เวียดนาม ที่เลือกส่งแสตมป์เล่าขานถึง “ตำนานการเกิดอ่าวฮาลอง” โดยเล่าต่อๆ กันมาว่า เมื่อครั้งที่ชาวเวียดนามยังทำศึกรบพุ่งกับชาวจีน ทวยเทพได้ส่งมังกรครอบครัวหนึ่งลงมาช่วยพิทักษ์ปกป้องดินแดนเวียดนาม มังกรครอบครัวนี้ได้พ่นเพชรนิลจินดาและหยกอัญสูงค่าออกมา อัญมณีเหล่านั้นกลายสภาพเป็นเกาะแก่งน้อยใหญ่กระจายอยู่ทั่วอ่าวฮาลองโดยเชื่อมโยงกันเป็นเสมือนปราการทางน้ำป้องกันข้าศึกมารุกราน ประชาชนผู้อาศัยในดินแดนนั้นจึงสามารถรักษาบ้านเมืองไว้ได้อย่างปลอดภัย และก่อกำเนิดเป็นประเทศเวียดนามในที่สุด ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องเล่าขาน ตำนานประจำชาติ ของแต่ละประเทศ ที่แม้กลิ่นอายจะแตกต่างกัน แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งซึ่งไม่ต่างกัน นั่นคือ รสชาติความสนุกสนาน ตื่นเต้นกับเรื่องราวผจญภัย และ เศร้าสลดกับชะตากรรมของตัวละครในเรื่อง ที่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่าจากประเทศไหนๆ ต่างก็มีครบรสด้วยกันทั้งสิ้น และนี่เป็นเพียงไฮไลต์ส่วนหนึ่งที่น้องๆ หนูๆ จะมาร่วมชมพร้อมเปิดโลกการเรียนรู้ผ่านแสตมป์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวตื่นเต้นสนุกสนาน ทั้งยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมจากนิทานพื้นบ้านนานาชาติ ผ่านการเล่าเรื่องด้วยแสตมป์ พร้อมทั้งยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมดีๆ ได้ทั้งความสนุกสนานเพลิดเพลินและยังได้ความรู้กลับบ้านอีกมากมาย

 

อาทิ กิจกรรมการเล่านิทานจากแสตมป์ เวิร์คช็อปประดิษฐ์ของใช้มีประโยชน์ เสริมสร้างจินตนาการ มีทั้งการออกแบบแสตมป์ในแบบฉบับของตัวเอง ฝึกดัดลวดรูปสัตว์ในวรรณกรรมไทย ประดิษฐ์กรอบรูปลายแสตมป์ ประดิษฐ์การ์ดวันแม่ และอื่นๆ อีกมากมาย แล้วไปพบกันในงาน “แบงคอก 2010” กันนะ
 
 

Translate to :

Information Partner
  • Bitec
  • Central World
  • Fortune Town
  • Future Park
  • impact
  • Paragon Hall
  • Tceb
  • Qsncc
  • Seacon
  • TEA
  • TCEB
  • The Mall