19 พฤษภาคม 2555 –24 มิถุนายน 2555 CASSIA GALLERY นำเสนองานนิทรรศการศิลปะ "Small Eyes, Big Views" ผลงานภาพวาดสีน้ำของ ทรัพย์มณี ชัยแสนสุข Small Eyes, Big Views เป็นนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในชีวิตซึ่งเป็นหนึ่งในความฝันสมัยเด็กของทรัพย์มณี ที่เคยคิดอยู่ช่วงหนึ่ง อยู่ๆก็ตัดสินใจทำ โดยมีคุณแม่และเพื่อนๆให้กำลังใจ ซึ่งภาพที่นำมาแสดงส่วนใหญ่เป็นภาพที่มองผ่านตาทรัพย์มณี ผู้หญิงตัวกะเปี๊ยก ที่ได้จากการไปเที่ยวทั้งในและนอกประเทศกับเพื่อนๆ ไปวาดรูปนอกสถานที่กับเพื่อนทั้งกลุ่มบางกอกเสก๊ทเชอร์ และออฟฟิศ มุมมองละแวกบ้านที่มองเห็นทุกวันและสังเกตความเปลี่ยนแปลง สัตว์เลี้ยง ของตัวเองและของคนอื่น หรือแรงบันดาลใจแปลกๆเกิดจากการมองเห็นสิ่งต่างๆรอบตัว ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาดสีน้ำสไตล์แปลกๆ แบบทรัพย์มณี
ประวัติของศิลปิน
ทรัพย์มณี ชัยแสนสุข การศึกษาสูงสุด ปริญญาโท สถาปัตยกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาสถาปัตยกรรม (เทคโนโลยีอาคาร) บัณฑิตรุ่นแรกของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบัน เป็นสถาปนิกที่ทำงานเป็นนักวิจัยด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายในอาคาร บริษัท DTGO (DT Group of Companies (DTGO) ประเทศไทย
ทรัพย์มณี ทำไมชอบวาดสีน้ำ:
ทรัพย์มณี วาดรูปมาแต่เด็กตัวกะเปี๊ยก ขีดเขียนซะเต็มผนังบ้าน ทั้งดินสอและสี ยังมีรอยจารึกอยู่จนกระทั่งมาเรียนชั้นประถม อยู่ๆ ก็ได้รางวัลจากการประกวดภาพวาดงานวันพ่ออย่างไม่รู้ตัว รูปที่วาดเป็นรูปในหลวง ซึ่งชี้ให้เพื่อนๆดู ก็ไม่มีใครเชื่อ ตั้งแต่บัดนั้นมาก็เกิดแรงจูงใจในชอบวาดรูปโดยไม่รู้ตัว ขึ้นชั้นมัธยมก็โดนจับไปประกวดวาดรูปแบบงงๆ อาจารย์มอบถังปูนอันใหญ่ไว้ใส่น้ำผสมสี พร้อมกับสีน้ำหนึ่งกล่องและพู่กันอีกหนึ่งกำ แล้วให้ไปผจญภัยวาดรูปแข่งกับโรงเรียนอื่น ทุกคนมองเป็นตาเดียวกันว่า ทำไมเด็กคนนี้มันถือถังน้ำใหญ่จัง คนอื่นมีแค่แก้วน้ำใบเล็กๆ แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่าสีที่ตัวเองใช้เป็นสีน้ำ เลยใช้แบบลองผิดลองถูก จนอาจารย์อนุสรณ์ ครูสีน้ำคนแรก ให้เวลา 1 วันวาดภาพตามอาจารย์ ก็เริ่มพอจะรู้ว่าสีน้ำ คือสีที่ต้องใช้น้ำเยอะๆ มิน่าอาจารยืให้ถังน้ำอันใหญ่มา ซึ่งก็ใช้เทคนิคนี้มาโดยตลอด ไม่ว่าสียี่ห้อใดมา ทรัพย์มณีก็ใช้น้ำเยอะๆ เข้าไว้จนประกวดได้ที่หนึ่ง ช่วงมัธยมปลายอาจารย์สุทัศน์ หรือลุงดำแห่งโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัยเป็นผู้สนับสนุนทรัพย์มณีอย่างแรง แม้ว่าอาจารย์จะสอนไม่เป็นแต่อาจารย์ก็จัดเต็มอุปกรณ์แถมยังหาคนมาสอนให้เพราะต้องไปแข่งวาดรูประดับภาคตอนนั้นเลยเข้าใจว่า กระดาษสำคัญสำหรับการวาดสีน้ำมาก ใช้กระดาษดีมีชัยไปกว่าครึ่ง หลังจากมัธยมมาก็เรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาตร์และการผังเมือง รุ่นที่หนึ่ง ก็ห่างเหินกับสีน้ำโดยปริยาย แม้ว่าจะมีเรียนคอร์สพิเศษกับ อาจารย์ชวลิต นิตยะ ซึ่งตอนนั้นอาจารย์ก็สอนแบบจัดเต็มทั้งเทคนิคและอุปกรณ์ แต่ทรัพย์มณีก็จำมาแต่เทคนิคการวาดดอกกุหลาบแบบไม่ต้องมีแบบ ซึ่งเทคนิคนี้สุดยอด และยังใช้อยู่ในปัจจุบัน ทุกอย่างที่สั่งสมมาทำให้ทรัพย์มณีชอบการใช้สีน้ำโดยปริยาย
ทรัพย์มณี ทำไมวาดสีน้ำอย่างบ้าคลั่ง:
หลังจากที่โชคดี รอดจากการเป็นมะเร็ง (หมอบอกว่าเป็นมะเร็งขั้น baby เอาออกก็หาย )
ก็คิดได้ว่า ถ้าวันนั้นเราไม่ไปหาหมอ และหมอไม่เจอเรา เราอาจจะปล่อยให้เวลาผ่านไป แล้วอาจจะเป็นมะเร็งขั้นร้ายแรงและตายไปแบบไม่มีอะไร รู้สึกว่าชีวิตคนเรามันสั้นนัก ไม่มีอะไรที่แน่นอน คิดไปคิดมาก็มาตั้งคำถามกับตัวเองว่า อะไรที่อยากทำมากที่สุด หากตายไปแล้วจะไม่เสียดายเลย คำตอบก็คือ การวาดรูปสีน้ำ เพราะเป็นสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุขที่สุด หลังจากนั้นเริ่มหวนกลับไปวาดรูปสีน้ำใหม่อีกครั้ง วาดเรื่อย ๆ วาดจนดึกดื่นไม่หลับไม่นอน สวยบ้างไม่สวยบ้าง ยิ่งสนุกมากเมื่อไปวาดกับเพื่อนๆกลุ่มบางกอกเสก๊ทเชอร์ ติดนิสัยเห็นอะไรก็อยากวาดไปหมด จากเริ่มต้นลงสีแบบกล้าๆกลัวๆ มั่วไปมั่วมา เก็บเกี่ยวเทคนิคแกะเอาจากภาพวาดศิลปิน (แต่มักจะลืมหลังจากดูไปแล้ว 5 นาที) สุดท้ายก็ลองผิดลองถูกไปเรื่อย จนกล้าลงสีน้ำแบบทรัพย์มณี ในปัจจุบัน