กลับทางเดิน

บทความโดย : Happy AnnCan
เปิดอ่าน : 1741
การเดินทางของเราในแต่ละวัน ไม่ว่าจะไปทำงาน ไปเรียนหนังสือ หรือไปทำธุระที่ไหน เราจะมีเส้นทางประจำของเราใช่ไหมคะ ใช่แน่ๆ เราต้องมีกันทุกคนแหล่ะ แถมเรายังรู้ดีอีกว่าช่วงเวลาไหนควรไปทางไหน ช่วงใดควรออกจากบ้านได้แล้ว ถ้าเลยเวลานี้แล้วเราจะไม่ทันเวลาแน่ๆ เราจะรู้กันดีใช่ไหมคะ
 
การเดินทางไปทำงานของดิฉันและทางกลับบ้านเป็นคนละเส้นทางกันคะ บ้านดิฉันอยู่รามอินทรา จะไปทำงาน 5 แยกลาดพร้าวเนี่ย ขาไปดิฉันจะไปทางวิภาวดี แต่ขากลับดิฉันจะกลับทางพหลโยธิน เป็นแบบนี้ประจำมาหลายปีดีดักค่ะ เราไปอีกทาง และกลับอีกทางตลอด ภาพที่เราเคยเห็นระหว่างทางจะเป็นเหมือนเดิมตลอด เหมือนมันจะเป็นวงกลม จากจุดเริ่มต้นไปจนจุดสุดท้าย เราจะเห็นทางซ้ายมือเป็นเซ่เวนอีเลฟเว่น เราจะเดินผ่านร้านขายหนังสือร้านเดิม ร้านซ่อมรองเท้า ร้านกรอบรูปร้านเดิม ผ่านแผ่นป้ายโฆษณาเดิมขนาดเดิม อาจจะแปลกไปหากเนื้อหาบนแผ่นป้ายนั้นมันเปลี่ยนสินค้าไป หมาข้างถนนตัวเดิมๆ บ้างนอนอยู่มุมโน้น บ้างนั่งอยู่มุมนี้ แล้วแต่วัน แต่รับรองว่ามันคือตัวเดิมที่เราเห็นทุกวัน เราจะเห็นภาพเดิมๆ ของมัน เมื่อเราเดินไปข้างหน้า วิวทางซ้ายและขวาของเราจะเหมือนเดิมจนเราจำได้ขึ้นใจ ว่าต่อไปเราจะเจออะไร ลักษณะเป็นเช่นไร 
 
แล้วอยู่มาวันนึงค่ะ ตอนเย็นที่ดิฉันกำลังเดินทางกลับบ้าน เดินมาได้ครึ่งทาง แต่ลืมมือถือไว้ที่ office ซะงั้น ต้องเดินกลับไปเอาค่ะ เมื่อเราเดินย้อนเส้นทางกลับ แม้จะเป็นเส้นทางเมื่อครู่ที่เดินผ่านมา แต่มุมมองทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปเหมือนกระจกสะท้อน ทุกอย่างเปลี่ยนจากอีกด้านเป็นอีกด้าน เมื่อเราเดินย้อนเส้นทางเดิม จากที่เคยเลี้ยวซ้ายก็ต้องเป็นเลี้ยวขวา เซเว่นอีเลฟเว่นที่เคยอยู่ทางซ้ายก็ไปอยู่ทางขวา มุมที่เคยเห็นแต่เดิมๆ ก็มีอะไรที่เราไม่เคยเห็น คนที่นั่งหันหลังให้ก็กลับนั่งหันหน้า หลังแผ่นป้ายโฆษณาที่เราเคยเห็นแต่ข้างหน้า เราจะเห็นว่าข้างหลังของมันมีผ้าขี้ริ้วกองไว้ พร้อมกะละมังข้าวหมาผุๆ วางแอบไว้ มันเป็นของเจ้าหมาตัวนั้นที่ดิฉันเห็นมันอยู่ทุกวันนั่นเอง บ้านมันอยู่ตรงนี้นี่เอง ซึ่งเราไม่เคยสังเกตุเห็นเลยทั้งที่เดินผ่านทางนี้เป็นร้อยๆ รอบ เพราะเรามองเห็นเพียงแค่ทางเดียว ด้านเดียว ฝั่งเดียว นั่นเป็นเพราะดิฉันกลับบ้านทางเดียวนั้นมาตลอด แต่เพียงดิฉันลืมของแล้วเดินกลับไปเอา แต่ก็ทำให้เห็นมุมมองต่างๆ ที่เปลี่ยนไป.....
 
เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่ดิฉันรู้สึกทันทีที่ตอนเดินย้อนกลับมานะคะ มันแปลกดีที่เราไม่เคยสังเกตุเห็นมันทั้งที่มันก็อยู่ตรงนั้นมานานแล้ว เพียงแค่เราเปลี่ยนมุมมองเท่านั้นเอง!! ว้าว!! เหมือนจะได้ปรัชญา ได้แนวคิด แตกฉานอรหันต์ ตัวมีรัศมีรังษีออร่าเปล่งปลั่งออกมาเลย เดินกลับไปถึง office หยิบมือถือที่ลืมไว้ ไม่หงุดหงิดที่ลืมมันไว้ ทำให้เดินหลายเที่ยว แต่กลับขอบใจมัน แล้วก็จดลงไปในมือถือนั่นล่ะ ว่าวันนี้เราได้แนวคิดแบบนี้เพื่อจะได้เก็บมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังในวันนี้
 
มันทำให้เราเข้าใจคำว่า “มองต่างมุม” “มองอีกด้าน” ได้มากขึ้น ในด้านของเขาที่เราไม่เคยเข้าใจ เพราะเราไม่เคยได้เห็นอีกมุมของมัน ถ้าเรามองกันคนละมุม ตีกันคนละด้าน แน่นอนว่ามันไม่สามารถหาจุดรวมกันได้ ถ้าคุณมองแต่ด้านหน้าแผ่นป้ายโฆษณา คุณไม่มีทางเห็นบ้านของหมาจรจัดตัวนั้น ถ้าคุณมัวแต่มองที่นอนของเจ้าหมานั่น คุณจะไม่รู้ว่าแผ่นป้ายโฆษณานั้นเขียนว่าอะไร 
 
ประสบการณ์ แนวคิด มุมมองใหม่ๆ บางทีไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลนะคะ เพียงแค่เราเดินสวนทางกับเส้นทางที่เราเดินอยู่ประจี้ประจำ แค่นี้ก็สามารถทำให้เรามองเห็นอะไรๆ ได้เยอะขึ้น หลายด้านมากขึ้น และสวยงามมากขึ้น ดังนั้นลองดูนะคะใครกลับบ้านทางเดิมทุกวัน ลองเดินย้อนกลับไปดู คุณจะรู้ว่าหลังแผ่นป้ายโฆษณามีบ้านของเจ้าหมาน้อยแอบซ่อนอยู่เหมือนที่ดิฉันเห็นก็ได้
 
บทความโดย : Happy AnnCan

Information Partner
  • Bitec
  • Central World
  • Fortune Town
  • Future Park
  • impact
  • impact
  • Paragon Hall
  • Tceb
  • Qsncc
  • Seacon Square
  • Seacon Bangkae
  • TEA
  • TCEB
  • The Mall
  • The hub @zeer
  • Zeer Rangsit